เมื่อเราไปแสวงบุญกันที่อิตาลี

On the way back from Florence to Rome

On the way back from Florence to Rome

กลับมาจากเที่ยวคราวนี้ เวลามีคนถามว่า สนุกมั้ย ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าควรจะตอบว่ายังไงดี คือจริงๆ อยากตะโกนบอกออกไปทั้งน้ำตาเลยว่า สนุกมาก สุขอนามัยสมบูรณ์ นอนเต็มอิ่มทุกคืน (ตั้งแต่ 4 ทุ่มครึ่ง ตื่น 7 โมงเช้า) เข้าห้องน้ำตรงต่อเวลาทุกวัน เมืองก็สวยมาก เต็มปรี่ล้นไปด้วยวัฒนธรรมทั้งเมือง ราวกับไปนครวัดในซีกโลกด้านตะวันตก ดูเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักจบ ทุกวันต้องมีเรื่องใหม่ๆ ให้รับทราบ อ่าน textในพิพิธภัณฑ์จนเมื่อยตา นั่งชมความงามในโบสถ์จนเมื่อยใจ เพลิดเพลินกับการเดินเป็นกิโลๆ ทุกวัน จนสงสารข้อเท้า แต่จะพูดให้เต็มปากว่าสนุกก็ใช่ที่ ความยากลำบาก และฝันร้ายที่เกิดจากการหลงทาง 4 ถึง 5  ครั้งติดๆ กัน ยังหลอนอยู่ในใจอยู่เป็นระยะๆ

แต่สุดท้าย ก็ยอมรับว่าเพลิดเพลินใจมาก เนียมเป็นเพื่อนเที่ยวที่ใจดี ขนาดเพื่อนบ้าๆบอๆ อยู่ฟลอเรนซ์ แล้วเกิดอยากไปดูพิพิธภัณฑ์อียิปต์โบราณ (Museo Archeologico)  เนียมก็ไปด้วย ไม่ปริปากบ่นซักคำ

โชคดีมากที่การเดินทางเป็นไปอย่างเรียบร้อย ถึงแม้จะมีขลุกขลักบ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น ไม่มีการฉกชิงวิ่งราวตามที่ได้รับคำเตือนไว้ แต่นั่นก็เป็นเพราะเราเตรียมตัวเป็นอย่างดี เราเอาเอกสารการเดินทางและเงินทองไว้ที่เอว เราทำสำเนาพาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน บัตรเครดิต ไว้สองชุด ชุดแรกทิ้งไว้ที่เมืองไทย อีกชุดเอาติดกระเป๋าเป้ไปด้วย

แต่อย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าไปถึงใหม่ๆ แล้วรู้สึกแย่มาก เพราะเค้าไม่พูดภาษาอังกฤษกันเลย ทำให้รู้สึกอึดอัดที่จะต้องไปส่งภาษาใบ้ไปมา (ที่เรียนมา ก็ส่งคืนที่Rutgers ไปเกือบหมดแล้ว) ขาดความมั่นใจ ใจสั่น พอ 2-3 วันผ่านไป ก็เริ่มชิน และชอบที่คนอิตาเลียนเค้ากล้าที่จะพูดกับเราเป็นภาษาของเค้าเอง บางทีถึงขนาดตะโกน ให้เราเข้าใจ เค้าชอบให้เราพูดภาษาเค้า ถึงแม้ว่าจะผิดๆ ถูกๆ จะเหน่อบ้างก็ตาม

เที่ยวแบบแบกเป้ หนัก 11 กิโลกรัมคราวนี้ ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต เหนื่อย เพราะเริ่มแก่แล้ว คิดว่าแก่เกินไปที่จะมาเที่ยวแบบนี้ ถ้าเป็น 5 ปีที่แล้วคงไม่บ่นมาก กอปรกับการเดินทางที่เกิดขึ้นทุกวัน (ในช่วงแรกๆ ที่นอนเมืองละ 1 คืน) ทำให้ล้าไปมาก เพิ่งรู้สึกว่า ได้พักจริงๆ ก็ที่ฟลอเรนซ์นี่เอง โรงแรมสบาย อากาศดี สวย

สิ่งจะไม่ลืมเลยในอิตาลี คือ”กลิ่นหอมตอนเช้า ๆ”  หอมกาแฟ หอมขนมปังอบใหม่”รสชาติของพิซซา” ที่ไม่ได้ใช้ซอสมะเขือเทศเลย “ความสงบในโบสถ์ทุกๆ แห่ง” ที่ได้เข้าไปนั่งพัก นั่งดูเพดานบ้าง เขียนโปสการ์ดบ้าง และท้ายสุดคือ”คนใจดีทุกๆคน“ที่บอกทางให้ ขับรถพาไปส่งถึงที่ โทรศัพท์ไปถามทางให้ ทั้งหมดนี้ ไม่ได้เจอแค่ครั้งเดียว แต่เจอถึง 3 ครั้งติดๆกัน ใครบอกว่าคนอิตาเลียนหยาบ เถียงแทนขาดใจ

สถิติอย่างหนึ่งที่ต้องบันทึกไว้คือ ไปเที่ยวคราวนี้ 11 วัน เข้าโบสถ์กว่า 20 แห่ง โดยเฉลี่ยวันละ 2 แห่ง ทำให้ต้องตั้งชื่อการเดินทางครั้งนี้ว่า “การแสวงบุญ”

แล้วส้มจะกลับไปแสวงอีก….

24 เมษายน 2547
เขียนที่ ทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: