เวโรนาและบ้านของจูเลียต

(8-9 April 2004)

Juliet statueเราออกจากมิลานด้วยความอิ่มใจ และพร้อมที่จะสนุกต่อที่เวโรนา ภาพของเวโรนาที่มีอยู่ในใจคือเมืองเล็กๆ ในชนบท ประมาณสุราษฎร์ธานี มีถนนสายเดียวทั้งเมือง เดิน 10 นาทีก็หมดแล้ว ปรากฎว่าเอาเข้าจริงๆ เป็นเมืองที่ขวักไขว่เหมือนกันแฮะ นักท่องเที่ยวเยอะ ดวงเราเริ่มตกทีนี่เป็นที่แรก ด้วยการหาโรงแรมไม่เจอ ก็ใครจะไปคิดว่ามันจะอยู่นอกเมืองขนาดนั้น ขนาดถามทางที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวแล้ว (Informazione Turistiche) เค้าก็บอกให้นั่งรถเมล์ เราก็ดันลงก่อน เพราะคิดว่า มันไม่น่าจะใกล้จากป้ายนี้แล้ว ปรากฎยิ่งเดิน ก็ยิ่งไกล เหมือนจะออกนอกเมืองไปแล้ว เป้ก็หนัก เดชะบุญ โชคช่วย มีหนุ่มอิตาเลียน (ไม่หล่อแต่เป็นคนดีมาก และพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก เหมือนพี่วิน) จอดรถ แล้วพาเราขับรถไปส่งถึงโรงแรม ถ้าไม่ได้เค้าคงต้องเดินกันอีกเป็น 4 กิโล เป็นอย่างต่ำ ชีวิตนี้จะไม่ลืมถนนสาย Unita d’Italia อีกเลย

เวโรนา แปลเป็นภาษาไทย ดูเหมือนจะเป็นคำคล้ายของคำว่า หลงทาง เพราะเราไม่ได้หลงแค่ครั้งเดียว อีกครั้งเกิดจากการดูแผนที่ผิดของทอง ที่ต้องการจะไปดูหลุมฝังศพจูเลียต แล้วก็พากันนั่งรถเมล์ไปอีกมุมหนึ่งของเมือง คราวนี้หลงเลย โชคดีอีกเหมือนกัน เจอคุณน้าร้านผลไม้ เค้ากำลังจะปิดร้าน เพราะวันนั้นเป็นวัน Good Friday พอดี เค้าใจดีมาก อาสาจะขับรถมาส่งถึงในเมือง แต่มีข้อแม้ว่า ต้องขอน้าปิดร้านให้เสร็จก่อน ชอบคำว่า Frutivendolo มานานแล้ว ตอนนี้รู้แล้วว่าทำไมถึงชอบ

ตั้งปณิธานไว้เลยว่า ต่อไปนี้ ถ้าเจอนักท่องเที่ยวต้องการความช่วยเหลือ จะเข้าไปช่วยเต็มที่ให้ถึงที่สุดเลย

Amphitheatre in Veronaเมืองนี้ เราวอนอยากไปเอง อยากไปดูบ้านของจูเลียต ที่ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เชคสเปียร์เขียน Romeo and Juliet ปรากฏว่าทุกอย่างกลับตาลปัตรหมด บ้านจูเลียต หรือแม่นางจูเลียตต้าในภาษาอิตาเลียน โสมาก สกปรกมาก มีข้อความขอพรความรักติดเต็มไปหมด มีหมากฝรั่งที่กินแล้ว แปะอยู่ตามฝาผนัง พร้อมเขียนชื่อคู่รัก จริงๆ เค้ามีธรรมเนียมว่าต้องไปถูที่นมด้านขวาของรูปหล่อจูเลียต แล้วจะโชคดีในความรัก พยายามจะทำเหมือนกัน แต่ไม่ทันคนอื่น เค้าวิ่งกันเป็นลิงชิงหลักเลย หมดความโรแมนติกสิ้น บางทีก็คิดอยู่เหมือนกันว่าไม่น่ามาเห็นเลย ความเห็นแก่ตัวของเราเนี่ยมันทำลายบรรยากาศจริงๆ

เมืองนี้ที่เด่นอีกอย่างคือ Roman Arena ที่เป็น amphitheatre ที่ใช้เป็นที่จัดคอนเสิร์ต ละครของเชคสเปียร์ หรือการแสดงอุปรากรต่างๆในช่วงหน้าร้อน มีละครดีๆ ของ Verdi มากมาย แต่ต้องมาช่วงประมาณ กันยายน หรือตุลาคม

จริงๆ เมืองนี้ยังมีอะไรให้เดินอีกเยอะ มีแม่น้ำสวยๆ (ชื่อ Adige) แต่เราก็จองไว้แค่คืนเดียว เพื่อจะมุ่งหน้าไปหลงทางต่อที่เวนิซในวันต่อไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: