เที่ยวกับทอง ตอน “ตะลุยตุรกี” [ปฐมบท]

Cappadocia - ข้างหลังเป็นหินรูปอูฐ

Cappadocia - ข้างหลังเป็นหินรูปอูฐ

ตลกดี ใครจะไปคิดว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้ไปยี่ยมเยือนตุรกี ประเทศที่ผู้เขียนรู้จักอย่างผิวเผิน จากตำราเรียนสมัยมัธยม จำได้แม่นว่า สมัยมอปลาย เวลาติวเตรียมตัวไปแข่งตอบปัญหา จะเจอคำถามเด็ดๆ เกี่ยวกับตุรกีสองคำถามเป็นประจำ คำถามแรกคือ กรุงคอนแสตนตินโนเบิล ปัจจุบันมีชื่อเรียกว่าอะไร (คำตอบคือ อิสตันบูล) อีกคำถามที่ถือเป็นคำถามหลอก ต่อเนื่องจากคำถามแรกคือ แล้วเมืองหลวงของประเทศตุรกี คือเมืองอะไร เรียกว่าคำถามหลอก เพราะคน(ฝรั่ง) ทั่วไปจะรู้จักเมืองอิสตันบูลเป็นอย่างดี แต่คำตอบกลับกลายเป็น เมืองอังการา

เท่านี้เองที่รู้จัก นอกจากนั้นความรู้เป็นศูนย์ ทำให้การท่องเที่ยวครั้งนี้ปราศจากความคาดหวังใดๆทั้งสิ้น ไม่เหมือนกับเวลาไปเสียมเรียบแล้วก็อยากเห็นว่า นครวัดที่เคยอ่านจากหนังสือของอาจารย์หม่อมคึกฤทธิ์ จริงๆ จะยิ่งใหญ่เพียงใด หรือ ตอนไปโรมแล้ว อยากเห็นโคลอสเซียมจนเนื้อตัวสั่นไปหมด นับวันรอว่าเมื่อไหร่จะได้ไป

หกวันของการเดินทางครั้งนี้ (21-26 กุมภาพันธ์) ก่อให้เกิดความรู้สึกลึกซึ้งกับเมืองตุรกีอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน ขอยกความดีทั้งหมดให้กับคุณบีเอ ไกด์ชาวตุรกี ที่แสนสุดจะวิเศษ คุณบีเอปฏิบัติหน้าที่ทูตประชาสัมพันธ์พิเศษของประเทศตุรกีได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นสารานุกรมเล่มโตที่ใครก็ตามได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนเมืองตุรกีควรจะมีติดตัวไว้ ทุกเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมา ทำให้คนที่ตั้งใจฟังตลอดศกอย่างผู้เขียน (เพราะหลับในรถไม่ได้ หลับแล้วเป็นเรื่อง จะเกิดอาการเมารถ) ได้ซาบซึ้งถึงวัฒนธรรมดั่งเดิมย้อนกลับไปถึงสมัยกรีก สมัยโรมัน สมัยไบแซนไทน์ ออตโตมัน จนถึงความรักชาติของ Ataturk ที่ปลดปล่อยตุรกีให้เป็นอิสระ สิ่งที่เจ็บใจคือ แทบจะไม่ได้จดอะไรที่คุณบีเอเล่าไว้เลย ด้วยเหตุผลคล้ายคลึงกับเบื้องต้นคือเรื่องเมารถ เพราะฉะนั้นที่เค้าเล่ามา ก็มีหลายตอนที่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา กอปรกับเป็นคนสมาธิสั้น เลยตั้งใจฟังได้ไม่มาก

เรื่องที่คุณบีเอเล่าไม่ใช่เป็นเฉพาะเรื่องท่องเที่ยวเท่านั้น แต่รวมไปถึงขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ภาษา ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวตุรกี แอบได้ยินน้องบ่นเหมือนกันว่า ไกด์พูดเก่งมากไม่วางไมค์เลย อันนี้ท่าจะจริง เพราะวันนั้นที่เรานั่งรถกันยาว จาก Konya มุ่งหน้าสู่ Cappadocia (อ่านว่า คาป-ปา-โด-เคีย) ตีว่า ประมาณ 12 ชั่วโมง คุณบีเอหยุดพูดแค่ 3 ชั่วโมงเอง

เขียนเล่าครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องท้าทายคนอ่านเล็กน้อยว่าใครจะประสาทแข็งกว่ากัน ผู้เขียนตั้งใจว่า จะใช้รูปแบบใหม่ ไม่แบ่งเป็นหน้าย่อยๆ แล้ว เอามันหน้านี้หน้าเดียว และเขียนยาวลงไปเลย ถือเป็นการทดลองแบบใหม่ ทุกครั้งใช้เวลาทำเว็บนานเพราะต้องสร้างหน้าใหม่ ทำให้อารมณ์ขาดตอน คราวนี้จะใช้วิธีเขียนคล้ายๆ stream of consciousness เล่นไปตามความรู้สึก น่าจะเข้ากับอารมณ์ตุรกี ตุรกู ได้ดี

*หมายเหตุ – เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ความเกียจคร้านเข้ามาเยือน ผู้เขียนออกเดินทางสู่ตุรกีในคืนวันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ สนุกสนานกับการเดินทาง 1 อาทิตย์เต็มๆ และกลับถึงบ้านบ่ายต้นๆ ของวันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ จนบัดนี้ ต้นเดือนเมษายนแล้ว ยังไม่มีทีท่า ว่าเว็บจะไปถึงไหน ข้อสำคัญไม่สามารถยึดเวลาเป็นข้ออ้างได้ เพราะมีเหลือเฟือ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมถึงเขียนเว็บไม่เสร็จเสียที  กว่าจะถึงตอนนี้ ก็กลายเป็นโชคร้ายที่ ผู้เขียนจำรายละเอียดการเดินทางได้ลางเลือนเต็มทน โชคดีที่มีบทร้อยแก้วที่พี่พิมเขียนไว้ให้ เป็นเครื่องนำทาง สำหรับท่านที่แสวงหาความเป็นสาระได้ยึดเป็นสรณะ  – 2 เมษายน 2549

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: