Day Four: สนุกจริงที่บาร์เซโลนา

จิ๊บกับ Hola! บน Las Ramblas

จิ๊บกับ Hola! บน Las Ramblas

เตรียมตัวมาสเปนคราวนี้ นับจริงๆ ก็เกือบ 4 เดือนล่วงหน้า ย้อนกลับไปเช็คอีเมล์ที่เขียนโต้ตอบกับจิ๊บอย่างเป็นเรื่องเป็นราว คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ (7 วันหลังส้ม “ประกาศเจตนารมย์”) แต่ที่เริ่มเป็นจริงเป็นจัง เห็นจะเป็นตอนไปทำวีซ่าที่สถานทูตในวันที่ 23 มีนาคม ต้องนั่งรอบนพื้นหินเย็นๆ หน้าลิฟต์ชั้น 23 ตึกเลครัชดา ตั้งแต่ 7 โมงครึ่งกว่าๆ จนสถานทูตเปิดให้ยื่นเอกสารตอน 9 โมงเช้า ขนาดคิดว่าไปเช้ามากแล้ว ก็ยังสู้พี่ๆ messenger จากบริษัททัวร์ที่ไปยืนหยัดรอเป็นคิวยาวไม่ได้ ช่วงที่เราไปเป็นช่วงปิดเทอม คนเลยขอวีซ่าไปเที่ยวเยอะ รอๆ อยู่อย่างนั้น ก็มีลุ้นเหมือนกันว่าจะได้อยู่ใน 30 เล่มแรกที่สถานทูตให้โควต้ารึเปล่า สุดท้ายเรากับจิ๊บกลายเป็นเล่มที่ 22 กับ 23 (คิดไปแล้วก็เกือบหลุดเหมือนกัน)

ค่าทำวีซ่า 3,120 บาท ใช้เวลาทำประมาณ 7 วันเต็มๆ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสถานทูตได้ที่ 0-2661-8284-6

ข้อแนะนำ: ห้ามแม๊กรูปถ่ายกับเอกสาร จงใช้กาว และให้ติดรูปไปที่ใบสมัครใบละรูปเลย จะแม๊กตรงหรือแม๊ก 45 องศาเป็นต้องโดนเอาออกหมด เสียเวลา

วันที่เราออกมาจากแมดริด ข่าวเด่นข่าวดังประจำวันที่กำลังกลบข่าว M.Sarkozy แห่งฝรั่งเศส คือข่าว La Fin de Blair ที่นรม. แบลร์แห่งสหราชอาณาจักรออกมาบอกว่า พอแล้ว ผมไม่เป็นนรม.แล้ว แต่กระแสที่อยู่ในอากาศของสเปนทั้งประเทศตอนนั้นคงเป็นเรื่อง Infanta องค์ใหม่ เจ้าหญิงโซเฟีย พระธิดาของมกุฏราชกุมารฟิลิปเป้ หนังสือทุกเล่ม ลงหน้าปกหมด น่ารักจริงๆ (อย่างที่บอก เด็กสเปนน่ารักทุกคน) คุณย่าคงรักมาก เพราะชื่อเดียวกันเลย

ตามถนนหนทางในแมดริด (ซึ่งต่อมาเราจะเจอในบาร์เซโลน่าด้วย แต่ไม่ยักเห็นในกรานาด้า) มีป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองชวนคนไปเลือกตั้งเต็มไปหมด เท่าที่สังเกตคงมีสองพรรคใหญ่ๆ คือ พรรค PSOE กับ PP (เจ้าของสโลแกน Confianza en el Futuro) ดูแล้วเพลินตาดี แต่ก็ไม่ยักกะบอกว่าเลือกกันเมื่อไหร่ (หรืออาจจะบอกแต่อ่านไม่ออกก็ได้)

วันนี้เป็นวันสบายๆ (รึเปล่าก็ไม่แน่ใจ) เราตื่น 6โมงครึ่ง เก็บของยัดใส่เป้ ทิ้งโจ๊กตราเกษตรไว้ให้ฮาเวียร์ดูต่างหน้าสองถ้วย เนื่องจากเอาไปไม่ไหวแล้ว ต้องหาที่ใส่หมอนรองคอ ทิ้งของชำร่วยไว้ให้ดูต่างหน้าพร้อมโน้ตบอกรัก แล้วก็มุ่งหน้าสู่สนามบิน Barajas ออกจากบ้านประมาณ 8 โมง 15 ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง ฝ่ารถติดช่วง Rush Hour มาได้ จ่ายค่าแท๊กซี่ไป 16.25 ยูโร สบายใจ ถึงสนามบิน 8 โมง 45 เครื่องออก 10 โมงครึ่ง (JK442) โอยมีเวลาถมเถ

ข้อผิดพลาดอย่างหนึ่งของตัวเองวันนี้ คือลืม ลื้ม ลืมดูว่าจะต้องไป Terminal ไหน เดาๆ เอาเอง(จากที่คุ้นๆ)ว่าเป็น Terminal 2 นะ เดินเข้าไปเห็นเคาน์เตอร์ Spanair คนต่อคิวยาว เลยนึกย่ามใจ คิดว่าคงใช่ล่ะหว่า ยืนรออยู่ประมาณ 15 นาที เห็นพนักงานสายการบินคนสวยเดินผ่านมา นึกอยากฝึกภาษาเล็กน้อย เลยถามไปว่า ตรงนี้คือเคาน์เตอร์เช็คอินไปบาร์เซโลนา ใช่หรือไม่ท่าน

พนักงานคนสวยมองหน้า บอกว่า ไม่ช่าย หนูต้องไปเดินไป Terminal 3 นะคะ

จากที่ว่ามาถึงก่อนเวลาเลยกลายเป็นต้องรีบเดินไปอีก Terminal หนึ่งไป เดชะบุญไม่มีคนเข้าคิวเลย ทุกอย่างเลยเสร็จสิ้นภายในเวลา 9 โมงครึ่งนิดๆ

เรื่องนี้เป็นอุทธาหรณ์ที่ดีสำหรับตัวเอง สรุปว่าก็ยังเป็นคนที่ถูกสาปให้ต้องเตรียมตัวมากกว่าคนอื่นเสมอจึงจะประสบความสำเร็จได้เท่าๆ กับเค้า ไม่มีเสียหละที่โชคจะอยู่กับทอง ประมาณว่าเดินไปแล้วโชคดีเจอะเจอ ไม่เคยเกิดขึ้น เหตุผลนี้เป็นคำตอบว่าทำไมถึงไม่สามารถเที่ยวไปและหาที่นอนระหว่างเที่ยวได้โดยไม่จองก่อน เคยทำมาแล้วเหมือนกัน สุดท้ายก็ต้องนอนเตียงน้ำ หรือไม่ก็บ้านป้าเตอร์ก๊อต

หน้าตาสดใส เมื่อถึงบาร์เซ

หน้าตาสดใส เมื่อถึงบาร์เซ

อย่างไรก็ดี เราก็เดินทางถึงบาร์เซโลน่าอย่างสวัสดิภาพ เพื่อนคนหนึ่งเคยบอกว่า ถ้าเปลี่ยนทิศ เดินทางไปโน่นมานี่ ดวงอาจจะดีขึ้น ซึ่งท่าจะจริงสำหรับกรณีนี้ อยากจะเปรียบบาร์เซโลน่าเป็นเครื่องดี่มกระทิงแดง ที่เพิ่มพลังให้กับคู่เดินทางที่กำลังอ่อนล้าอย่างจิ๊บกับเรามาก เหมือนกับเมืองนี้มันมี vibe บางอย่างที่อัดฉีดให้เราหายใจต่อไปอย่างสดชื่น บอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำละกันว่า คงหายากที่จะมา Barcelona แล้วไม่ชอบ กลับมาจากเที่ยวแล้วก็ยังยุให้แป้งไป รู้ว่าแป้งต้องชอบสุดๆ เป็นสวรรค์ของแป้งจริงๆ ถ้าแป้ง เก๋ จิ๊บไปด้วยกันคงสนุกมาก

แต่ถ้าถามใจตัวเอง ก็คงชอบ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก เนื่องด้วยพื้นฐานเป็นคนโบราณ ชอบของเก่า ชอบที่เงียบๆ ต้นไม้เยอะๆ แม่น้ำใสๆ อาหารอร่อยๆ คิดว่าบาร์เซโลน่า เร็วไปสำหรับคนอย่างตัวเอง ประกอบกับที่ไม่ได้เป็นแฟน Modernisme จ๋าด้วย ก็เลยไม่ได้ชื่นชมศิลปะเท่าไหร่ แต่เห็นได้ชัดว่าจิ๊บชอบมาก สายตาดูมีประกายขึ้นมาได้อย่างชัดเจน หลังจากที่ปลุกปล้ำกับทัวร์วัฒนธรรมที่แมดริดมาเป็นเวลา 3 วันเต็มๆส่วนตัวคิดว่ามันเหมือน L.A. บวกกับ Boston (หรืออาจจะเป็นนิวยอร์กในบางกรณี)

วันแรกในบาร์เซโลน่า (ถ้าจะอ่านให้ได้อารมณ์ ต้องทำ lisp ตอนออกเสียง “เซ” ด้วย) เป็นไปอย่างชิวชิว เอาของเข้าบ้านป้ามาเรีย Hostal Martina Balien ปลุกปล้ำกับกุญแจห้องอยู่พักนึง ก็เดินออกมากินข้าวที่ Las Ramblas เลย ตอนนั้นตัวเองกำลังจิตตก เลยให้รางวัลกับชีวิตโดยการกินของแพงมันเลย กินทั้งซุป สลัดและ เนื้อลูกวัวเป็น main course อร่อยดี (และแน่นอนว่าแพงดีด้วย)

รูปชนะเลิศประจำทริป

รูปชนะเลิศประจำทริป

บ่ายวันนั้น เราใช้เวลาส่วนใหญ่สำรวจ Las Ramblas ถนนน่าเดินมาก ต้นไม้ใหญ่ริมสองข้างทาง มีพวก street performers มาเล่นอะไรตลกๆ พิเรนทร์ สร้างความเฮฮาเต็มไปหมด อยากถ่ายรูปมาเยอะๆ แต่ก็เกรงใจเค้า ไม่อยากเอาเปรียบว่าถ่ายรูปมาฟรีๆ แล้วไม่โยนตังค์ทิ้งไว้ให้เลย (จะโยนไว้ก็เสียดายตังค์อีกนั่นแหละ) อากาศดีมาก ถึงมากที่สุด ฟ้าใส แดดแจ๋ ชวนให้ตัวดำเป็นอย่างยิ่ง

บน Las Ramblas มีสถานที่สองแห่งที่ชอบมาก ที่แรกคือตลาดสด Mercat de Boqueria เพียงคุณเลี้ยวซ้ายเข้าซอยไป ก็จะเห็นแผงผลไม้ตั้งรออยู่เป็นสิบๆ แผง ประมาณ อตก.บ้านเราได้ สีสันของผลไม้ช่างยั่วยวนใจเราเหลือประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ประสบอาการท้องผูกมาหลายมื้อเต็มที พ่อค้าแม่ค้าก็ช่างหัวใส ปอกสตรอเบอรี่ใส่กล่องพร้อมส้อมจิ้ม พร้อมขายกล่องละ 1.50 ยูโร ใครเห็นก็อดซื้อไม่ได้ เลยแผงผลไม้ไปเป็นอาหารทะเลสด ถั่วนานาชนิด รวมถึงปลาเค็มโรยเกลือ

มีความเห็นตรงกับจิ๊บอย่างหนี่งว่า คนบาร์เซโลน่านี่ คึกคักและมีหัวการค้ายิ่งนัก ในขณะที่คนแมดริดจะดูเป็นผู้ดี (ออกจะ bureaucratic นิดๆ) หยิ่งๆ ถ้าไปเจอคนกรานาด้า จะตกใจในความนิ่งและเฉี่อย เหล่านี้เลยทำให้บรรยากาศของ 3 เมืองที่ไปมาต่างกันโดยสิ้นเชิง ** แต่คนแมดริดใส่รองเท้าสวยทุกคน ให้เต็มสิบ บวกคะแนนความมีมารยาทอีก 10 แต้มเหมือนกัน ไม่มีการเดินมาชนให้เสียอารมณ์เลย ต่างมี space ของตนเองมาก **

ที่โปรดอีกที่หนึ่งบน Las Ramblas คืออนุสาวรีย์ Christopher Columbus ที่ชี้มือและมองไปทางโลกใหม่ตรง Port Vell ถ้าลองไปดูบันทึกการเดินทาง จะพบว่าเราเดินมาทักทาย Columbus ทุกวันที่อยู่บาร์เซโลน่า จริงๆ ขอสารภาพว่าตนเองมี hidden agenda เล็กน้อย (ประมาณว่ามาขอพร)

เลยอนุสาวรีย์มา มีท่าจอดเรือและห้าง Mare Magnum ที่พื้นเก๋มาก ประมาณว่าตีเป็นไม้กระดาน เจอร้านถูกใจชื่อ Pull and Bear แนวๆ CCOO ของเมืองไทย แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรเลย เพราะมีข้ออ้างคือหนูแบกเป้มา ขนอะไรกลับไปเยอะไม่ไหว (ต้องไปอีกหลายที่)

มีเวลาเหลืออีกเยอะ กว่าจะถึงเวลากินข้าวเย็น จิ๊บถามว่า สนใจจะไป MNG Outlet มั้ย แต่ไม่ได้เอาที่อยู่มาด้วยนะ จำได้แต่ชื่อถนนว่า Girona เอาก็เอา ลองไปดูกัน สุดท้ายเช่นเคย ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ร้านนี่น่าซื้อกว่าที่ Pinar มาก เพราะมีทุกรูปแบบ แล้วก็ไม่แพง อยู่ได้เป็นวันๆ

และร้านนี่แหละ ที่เราค้นพบภายหลังว่าอยู่ห่างจากบ้านป้ามาเรียไปแค่ 1 ถนนเท่านั้นเอง!!!!

คืนนั้นให้รางวัลกับชีวิตเป็นอาหารจีนอีกมื้อ ร้านนี้มองๆเหล่ไว้ตั้งแต่ตอนบ่าย อยู่ในซอยบน Las Ramblas คนขายน่ารักดี ช่วงนี้ทองกินเยอะ กินซุป กินข้าว และแน่นอน Mapo Taofu (ไม่เคยพลาด!!!)

เข้านอน 4 ทุ่มกว่าๆ เหมือนเดิม โรงแรมนี้แย่หน่อย ไม่มีทีวี มีแต่เสียงคนเก็บขยะจากถังขยะ 4 ถังใหญ่ๆ จิ๊บเลยนอนลำบากหน่อย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: