กิน เจี่ยะ Mangiare

จานโปรด

จานโปรด Spaghetti Aglio Olio e Peperoncino

เสาร์อาทิตย์นี้ ไอลีนแวะมา ตั้งใจจะมาฉลองวันเกิดที่คลีฟแลนด์ พี่เอ็นโซเลยพากันไปกินที่ Michaelangelo’s แถวๆ Little Italy เสร็จแล้วก็ไปกินขนมกันต่อที่ Presti Bakery

กินไปก็คุยกันเรื่องวัฒนธรรมการกินของคนชาติต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าหนีไม่พ้น คนอิตาเลียนและคนจีน เราคนไทยก็นั่งฟังเค้าคุยกันไปเรื่อยๆ คุยกันตั้งแต่เรื่องกินขนมปัง ปกติส่วนตัวจะไม่ชอบกินหัวและท้ายขนมปัง หรือเผลอๆ บางทีจะดึงขอบขนมปังทิ้งเสียด้วยซ้ำไป แต่คนอิตาเลียนเค้าบอกว่า ตรงหัว ตรงท้ายขนมปังเนี่ย อร่อยที่สุด เค้าเรียกว่า กูลอตโต้ (Culotto) มาจาก คำว่า กูโล่ (Culo) ที่แปลว่า ก้น หรือตูดนี่เอง

คุยกันว่าถ้าจะกินให้อร่อยต้องกินกันยังไง ที่เห็นเป็นประจำเวลาอยู่บ้าน (ย้ำว่าเวลาอยู่บ้านเท่านั้น พฤติกรรมนี้ห้ามกระทำนอกสถานที่โดยเด็ดขาด) คือ กิจกรรมที่เรียกกันว่า “Scarpetta” แปลเป็นไทยได้ตรงๆ ว่า รองเท้าน้อยๆ (ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมถึงเรียกอย่างนี้) วิธีการก็คือ พอกินจนหมดจานแล้ว ก็ให้บรรจงเอาขนมปังกวาดเช็ดน้ำซอส หรือน้ำมันมะกอกที่ยังเหลือติดก้นจาน เช็ดให้เกลี้ยงเอามากินให้หมด แบบไม่ต้องให้คนล้างจานต้องลำบากเลย

ฟังๆ ดูแล้ว ก็น่าจะถือเป็นการชมเชยกุ๊กได้ดี ว่าอาหารที่เธอทำช่างเอร็ดอร่อยเสียเหลือเกิน เห็นไหมว่าฉันกินเกลี้ยงจนหมดชามเลย แต่เอาเข้าจริงๆ คนอิตาเลียนเค้าบอกว่าน่าเกลียด ทำที่บ้านได้ แต่ห้ามทำนอกบ้าน มันทุเรศ

มานั่งนึกถึงการกินของคนเอเชีย แล้วก็นึกถึงญี่ปุ่น ที่ต้องซดซุปดังๆ แล้วคนทำกับข้าวเค้าจะชื่นใจว่าเราเอร็ดอร่อยกับอาหารของเค้า ไอลีนบอกว่าถ้าเป็นคนจีนต้องเรอดังๆ ถึงจะเชื่อจริงว่าอร่อย (อันนี้ความรู้ใหม่ ไม่เคยรู้มาก่อน)

ขอคุยเรื่องธรรมเนียมการกินของคนอิตาลีอีกนิดหนึ่ง ฉันเพิ่งเรียนรู้ตอนมาเป็นเมียเค้านี่เองว่า เวลากินข้าวก็เป็นเรื่องสำคัญ ตอนจัดงานแต่งงาน พอฉันบอกว่า อาหารกลางวันจะเริ่มเสิร์ฟตอนสิบเอ็ดโมงครึ่ง คุณสามีอึ้งไปพักใหญ่ บอกว่าที่อิตาลีเค้ากินข้าวกลางวันกันบ่ายโมงเป็นต้นไป ทำไมเธอถึงจะเริ่มให้เสิร์ฟเร็วอย่างนี้ พอมานั่งคิดดูก็น่าจะจริง ตอนไปเยี่ยมครอบครัวที่โรม ข้าวเทียงกินกันได้ตั้งแต่บ่ายโมง บางวันกินเกือบบ่ายสามโมงด้วยซ้ำไป ข้าวเย็นกินตอนสองทุ่มเป็นต้นไป (อันนี้จริงๆ ที่บ้านกรุงเทพฯ ก็เคยกินช้าอย่างนี้อยู่พักใหญ่ๆ เพราะต้องรอพ่อและแม่ดูข่าวในพระราชสำนักให้เสร็จก่อน แต่ตอนหลังต้องเปลี่ยน เพราะพบว่า กินเสร็จแล้วก็นอนเลย ไม่ดี ต้องเว้นเวลาซักพัก) ข้าวเย็นที่อิตาลีอาจจะเลทไปได้ถึงสามทุ่ม กินไปคุยไป กว่าจะจบของหวานก็เที่ยงคืนพอดี

ถ้าอยากรู้เรื่องวัฒนธรรมการกินของคนอิตาเลียนเพิ่ม สามารถเข้าไปอ่านได้โดยคลิกที่นี่

ว่าด้วยเรื่องการห่อของเหลือกลับบ้าน คนอเมริกันถือเป็นเรื่องปกติที่จะขอ doggie bag จะต่างจากคนไทย ก็คือ เค้าไม่บริการใส่ให้ ถ้าจะห่อ ก็ต้องบอกว่าขอกล่อง คนเสิร์ฟก็จะจัดกล่องมาให้ที่โต๊ะ เราตักกันเอง (พี่ตุ๊เล่าให้ฟังว่า ตักเองดีแล้ว เพราะเคยเจอกรณีให้ที่ร้านใส่กล่องให้ กลับมาถึงบ้าน เปิดกล่องดูพบว่าได้ของเหลือจากโต๊ะอื่นมาแทน) ยิ่งตอนนี้ดีมาก เพราะเค้าให้ห่อไวน์กลับได้ด้วย ประมาณว่าสั่งไวน์มาขวดนึง กินไม่หมด ก็เอากลับได้เลย

อย่างไรก็ดี ก็ต้องบันทึกไว้ปิดท้ายว่า คนอิตาเลียนกับคนจีนไม่มีวัฒนธรรมการห่อกลับ กินเท่าไหร่ ก็กินกันตรงนั้น ไม่มีการเอาไปกินต่อที่บ้าน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: