เก้ากรกฎาคม

Winter 2009

Winter 2009

ผ่านไปหนึ่งปีกับเมืองคลีฟแลนด์

ปีที่แล้ววันที่ 8 กรกฎาคม ขับรถกันมาสองคนจากนิวยอร์ก ขนข้าวขนของกันมาเต็มรถอีฟ ใช้เวลาเจ็ดชั่วโมงเกือบแปดชั่วโมง มาถึงคลีฟแลนด์ตอนเกือบสามทุ่ม แดนกับมินนี่รู้ว่าสองคนนี่คงยังไม่มีเตียงนอน เลยอุตส่าห์ทิ้งโซฟาเบดไว้ให้จะได้ไม่ต้องปูผ้านอนบนพื้น

มาถึงคืนแรกก็รู้สึกถึงความเอื้ออารี ที่ทุกคนก็ยังมีให้จนถึงทุกวันนี้

เช้านี้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าอากาศเย็นกว่าปกติ ออกไปทำงานถึงได้รู้ว่าเป็นเพราะฝนตกนี่เอง เคยแอบๆ บ่นเสมอว่า ร้อนที่คลีฟแลนด์แย่กว่าร้อนที่กรุงเทพฯหน่อย เพราะว่าอากาศแห้ง ไม่มีเหงื่อ แล้วก็ร้อนไปได้เรื่อยๆ ที่กรุงเทพฯ พอร้อนมากๆ ซักพัก เดี๋ยวไอน้ำก็รวมตัวกันตกลงมาเป็นฝนให้ชื่นใจแล้ว

คลีฟแลนด์หนึ่งปีถือว่ามีความสุขดีตามอัตภาพ ตอนมาใหม่ๆ อาจจะรำคาญเล็กน้อยที่เห็นคนใส่ชุด Scrubs (ชุดแบบที่คนทำงานในโรงพยาบาลเค้าใส่กัน เวลาผ่าตัด) เดินไปเดินมาทั่วเมือง อดคิดไม่ได้ว่า แล้วชุดมันไม่สกปรกหมดหรือ แล้วเวลาต้องกลับไปทำงานกับคนไข้จะทำเค้าติดเชื้อรึเปล่า แล้วก็แอบสงสัยว่า หรือว่าเค้าอยากอวดว่าตัวเองทำงานโรงพยาบาล (งานเท่ห์ ได้ตังค์เยอะ)

เรื่องที่โชคดีคือที่ได้เรียนกับซารา สแตชชาว์เวอร์ ทำให้ได้มาทำงานกับ FutureHeights ทำให้รู้จักเมือง University Heights และ Cleveland Heights ดีระดับหนึ่ง รู้ว่าที่กินที่ไหนดี รู้ว่าจอดรถที่ไหนฟรี รู้ว่าคนเมืองนี้เค้าทำอะไร เค้าคิดอะไรกันอยู่ คลีฟแลนด์มีความยิ่งใหญ่ของตัวเอง ทั้ง Cleveland Orchestra ให้ไปฟังเพลงเพราะในฮอล์สวยๆ มี Cleveland Museum of Art ที่มีงานศิลปะสวยๆให้ดู มี Rock and Roll Hall of Fame ที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของเมือง (คนที่นี่เรียก Rock Hall ส่วนฉันเองเฉยๆ) มี Cleveland Foundation ที่เป็นมูลนิธิเพื่อชุมชน (Community Foundation) แห่งแรกของโลก มีโรงพยาบาลโรคหัวใจที่(น่าจะ)ดีที่สุดในโลก อย่าง Cleveland Clinic แล้วก็มีเอาท์เลตอย่าง Aurora Farms ทีให้ช้อปปิ้งได้ถูกระดับหนึ่ง

เหตุผลที่คลีฟแลนด์มีอะไรดีๆ อยู่เยอะ เข้าใจว่าน่าจะเป็นเรื่องของบุญเก่า ยกยอดไปสมัยที่อุตสาหกรรมเหล็กกำลังเฟื่องฟู ปลายๆ คริสตศตวรรษที่ 18 พอมีเศรษฐีเหล็กอยู่เยอะ เค้าก็รวมตัวกันทำอะไรให้เมืองมากมาย ตั้งวงออเคสตร้า (ไม่ใช่ว่าจะมีทุกเมือง) ตั้งพิพิธภัณฑ์ พอท่านๆ เหล่านี้ล้มหายตายจากไป เงินบริจาค เงิน Endowment ก็ยังอยู่ งอกเงยเป็นดอกเบี้ย ให้สถาบันเหล่านี้อยู่รอดมาได้จนทุกวันนี้

คุณสามีเคยบอกว่าคนที่อยู่คลีฟแลนด์ได้ ต้องเป็นคนที่มีครอบครัว มีญาติพี่น้องอยู่ด้วยกัน ฉันลองถามคนอื่นๆ ดูก็เห็นจะจริง อีกเหตุผลหนึ่งที่ได้ยินคนว่ากัน (และออกจะเห็นด้วย) คือ ที่นี่ปลอดภัยไม่มีภัยธรรมชาติแรงๆ ไม่มีแผ่นดินไหว ไม่มีทอร์นาโด หน้าหนาวอาจจะโหดหน่อย แต่ถ้าอดทนก็พอถูไถอยู่ไปได้ แต่อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าคนจะพากันย้ายออกไปอยู่นอกเมืองกันมากขึ้น ข้อมูลจาก Census.gov บอกว่าจำนวนประชากรลดลงถึง 6.8% ระหว่างปี 2000 ถึง 2006 ฟังแล้วใจหายว่า วันหนึ่งคนอาจจะน้อยลงจนต้องลดจำนวนผู้แทนในสภาฯรึเปล่า เวลาขับรถผ่านไปผ่านมาก็จะเห็นประกาศขายบ้านกันเป็นเรื่องปกติ ได้ยินมาว่าคนอยู่กันไม่ไหวเพราะภาษีแพง (ได้ยินมาด้วยว่าคนขาวย้ายออกไป เพราะทนที่มีเพื่อนบ้านเป็นคนดำไม่ได้) สู้อยู่แถว Solon ไม่ได้ ไกลหน่อยแต่สบายกว่ากันเยอะ เห็นแล้วก็ใจหาย ในขณะที่ไปเวอร์จิเนีย แถวเมืองลีส์เบิร์กที่พี่ตุ๊อยู่ ก็เห็นคนสร้างบ้านเอา สร้างบ้านเอา (เมืองพี่ตุ๊อยู่ใกล้สนามบินดัลลัส) ได้ยินคนที่นี่คุยกันว่า ตอนนี้ขายบ้านยากมาก ตั้งแต่โปรแกรมลดภาษีสำหรับซื้อบ้านหมดอายุไปตั้งแต่ปลายเดือนเมษา คนก็ไม่อยากซื้อบ้านกันอีกเท่าไหร่

นึกถึงโจ๊กที่จุ๋มเคยส่งมาให้ เค้าบอกว่าที่คลีฟแลนด์ บ้านราคาเท่ากับวีซีอาร์ เท่านั้นเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: