หนังสือเรียน

หนังสือเรียน

หนังสือเรียน

อีกหนึ่งเดือนนิดๆ โรงเรียนก็จะเปิดอีกแล้ว เฮ้อ! เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ

สองวันก่อนเจอบทความใน New York Times เรื่อง The Real Cost of College Textbooks เค้าเปิดโอกาสให้ผู้รู้หลายๆ คนมาเขียนแสดงความเห็นกันในคอลัมน์ Room for Debate อ่านแล้วน่าสนใจดี คนที่เป็นนักศึกษาก็จะบ่นมาก ว่าค่าใช้จ่ายเรื่องหนังสือเรียนนี่เป็นอุปสรรคทำให้คนไม่สามารถมาเรียนหนังสือได้ (เข้าใจว่าทุนค่าเล่าเรียนบางอันคงไม่รวมถึงค่าหนังสือด้วย)โดยเฉพาะในยุคนี้ที่รัฐบาลโอบามาเน้นอยากให้คนอเมริกันได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง

ฉันรู้ซึ้งถึงปัญหานี้เป็นอย่างยิ่ง เรื่องค่าหนังสือเรียนนี่เป็นค่าใช้จ่ายที่ฉันไม่เคยคาดถึง ตอนที่มาเรียนครั้งแรกเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาอะไร จำได้แต่ว่าถ้าอยากประหยัดหน่อย ก็ซื้อแบบที่เป็น Used ละกัน ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะตอนนั้นยังใช้เงินพ่อแม่อยู่เลยไม่ค่อยได้สนใจเรื่องพวกนี้รึเปล่า มาคราวนี้ รู้ค่าของเงินแล้ว พอเจอค่าหนังสือเล่มละ 200 กว่าเหรียญแล้วหงายตึงไปเลย บางเล่มเหยียดๆ จะเป็นหมื่น(บาท) มาเทอมแรก ตั้งตัวแทบไม่ทัน เสียค่าหนังสือไปเกือบสี่ร้อยเหรียญสำหรับเรียนหนังสือสามวิชา พยายามจะหาเล่มที่เป็น Used แล้ว แต่ก็ไม่ทันคนอื่น

มาเทอมหลังๆ เริ่มฉลาด เริ่มค้นได้จาก Amazon บ้าง (บางเล่มราคาแค่ 4 เหรียญ) อีกวิธีหนึ่งที่ชอบมากคือเช่าเป็นรายเทอม ที่นิยมกันในหมูนักศึกษาก็น่าจะเป็น Chegg อีกเจ้าที่ดีเหมือนกันคือ Cengage เค้าจะมีราคาให้เลือกตามระยะเวลาที่ต้องการเช่าว่าเป็น Semester หรือว่า Quarter หรือว่าแค่ 60 วัน ประหยัดเงินไปได้กว่าครึ่ง (เทอมที่แล้วใช้บริการสองเจ้านี้ ถูกกว่าซื้อแบบปกติถึง 200 เหรียญ) พอใช้เสร็จ ก็ส่งกลับ UPS ไปให้เค้าโดยไม่ต้องเสียตังค์ค่าส่ง ของ Chegg จะโปรมาก เพราะมีกล่องส่งมาให้พร้อมหนังสือด้วย พอถึงเวลาคืนก็ต้องใส่กล่องแปะป้าย แล้วเอาไปส่งที่ร้าน UPS ได้เลย

แล้วถ้าไม่ส่งตามเวลาที่กำหนด อะไรจะเกิดขึ้น ฉันเข้าใจว่าเค้าจะเขียนเมล์มาถามว่าจะซื้อเก็บไว้เลยมั้ย หรือถ้าไม่ก็คิดค่าปรับตามธรรมเนียม เห็นอย่างนี้แล้ว ก็ยังแอบได้ยินเด็กๆในห้องเรียนบ่นว่า ลืมส่งหนังสือกลับ ต้องเสียเงินค่าปรับมากโขอยู่ เลยเข้าใจว่าบริษัทพวกนี้คงได้รายได้จากคนที่ส่งหนังสือกลับช้ามากโขอยู่เหมือนกัน (แนวเดียวกับบัตรเครดิตที่ได้รายได้จากดอกเบี้ยของคนที่ค้างชำระมหาศาล)

เทอมที่แล้ว หนังสือพิมพ์ Carroll News ที่โรงเรียนก็ตีพิมพ์บทความร้องขอให้ร้านหนังสือที่โรงเรียน ซึ่งบริหารโดย Follett Higher Education Group เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เช่าหนังสือมาเรียนเหมือนกัน แต่ทางร้านก็ไม่ได้ตอบโต้ว่าอย่างไร แต่ก็ดูเหมือนว่าเทอม Fall นี้จะเปิดโอกาสให้เช่าแล้วเหมือนกัน เดาว่าคงทนกระแสไม่ได้

อย่างไรก็ดี รัฐบาลก็ทำท่าว่าจะเข้าใจปัญหานี้อยู่เหมือนกัน กฏใหม่ที่ออกมาคือ นักศึกษาจะมีโอกาสรู้ว่าวิชาเรียนที่ตนจะลงเรียนใช้หนังสืออะไร เพื่อจะได้พิจารณาได้ว่าจะลงเรียนหรือไม่ หรือไม่ก็สามารถไปหาซื้อได้ก่อน ไม่ต้องรอให้โรงเรียนใกล้เปิด แล้วมารอซื้อที่ร้านหนังสืออย่างเดียว ในขณะเดียวกันอาจารย์ผู้สอน ก็ต้องรู้ด้วยว่าหนังสือที่ตนจะใช้ในการสอนมีราคาเท่าไหร่ เท่าทีทราบมีอาจารย์หลายท่านที่เลือกหนังสือโดยไม่รู้เลยว่าราคามันแพงสำหรับเด็กขนาดไหน

ก็หวังว่าเทอมนี้คงไม่มีปัญหาเรื่องหนังสือเรียนแพงแล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: