ช้อปปิ้ง

Hundred Dollar Bills Folded in a Money Clipเดือนสิงหาคม หลายๆคนถือโอกาสลาพักร้อนเฮือกสุดท้ายก่อนที่โรงเรียนจะเปิด ไปเดินห้าง ก็จะเริ่มเห็นร้านค้าเข็นโค้ตสั้น (แนว Peacock Coat) ออกมาขาย พร้อมเสื้อคาร์ดินแกน ชวนให้คิดถึงอากาศเย็นที่กำลังจะมาเยี่ยมเยือนในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้า

ช่วงนี้ที่ช้อปปิ้งมอลล์คนเยอะเป็นพิเศษ ไม่ใช่เป็นมีลดราคากระหน่ำแต่อย่างใด แต่เพราะถึงเวลาพ่อแม่พาลูกไปจับจ่ายซื้อของเตรียมตัวสำหรับโรงเรียนเปิดเทอม

เด็กนักเรียนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ใส่เครื่องแบบไปโรงเรียน ช่วงนี้เลยเป็นโอกาสดีที่ร้านเสื้อผ้าจะทำเงิน เดินดูของในร้าน J.Crew ในร้าน Gap หรือร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องกีฬาอย่าง Dick’s จะเห็นผู้ปกครอง (จริงๆ ส่วนใหญ่เป็นแม่) พาลูกมาซื้อของ แอบเห็นพ่อแม่จ่ายตังค์ค่าเสื้อผ้าลูกแล้วก็แอบตกใจ อย่างน้อยๆ ก็สามสี่ร้อยเหรียญ เด็กพวกนี้โตเร็ว ทุกปีต้องซื้อของใหม่ ที่สำคัญฉันคิดว่าสังคมอเมริกันเป็นสังคมจับจ่ายด้วย อะไรก็ซื้อใหม่ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ หาถูกๆ ได้เยอะไป ไม่ถูกใจบางทีก็ทิ้งไว้ข้างถนน หรือไม่ก็เอาไปบริจาคให้องค์กรต่างๆ ในที่จอดรถตามมอลล์ ตามพลาซ่าทั่วๆ ไป จะมีถัง (หน้าตาแบบ Dumpster) ใหญ่ เอาไว้ให้ใส่เสื้อผ้าที่ไม่เอาแล้ว

พูดถึงการจับจ่าย Bloomberg Businessweek เพิ่งลงบทความพิเศษว่าด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวอเมริกัน ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังถดถอยอย่างรุนแรง คนตกงานกันระนาว ประชาชนคนอเมริกันก็มีวิธีรับมือกับสภาพเศรษฐกิจที่น่าสนใจมาก ส่วนใหญ่พากันเก็บตังค์เพราะไม่แน่ใจว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าจะตกงานเมื่อไหร่ และแน่นอนว่าหลายๆ คนใช้วิธีลดค่าใช้จ่ายที่ฟ่มเฟือย ที่น่าสนใจคือเค้าไม่ได้งดซื้อกันทุกอย่างแต่เน้นประหยัดของใช้ในบ้านแทน จากที่เคยซื้อของมียี่ห้อเวลาไปซุปเปอร์มาร์เก็ต อย่าง กระดาษชำระ หรือผลไม้กระป๋องจากที่เคยใช้ยี่ห้อดังๆ อย่างชาร์มิน หรือ เดลมอนต์ ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาใช้ของที่ผลิตโดยซุปเปอร์มาร์เก็ตแทน เรียกว่า generic brand เช่นที่คลีฟแลนด์นี่ ก็อาจจะเป็นของที่ผลิตโดยไจแอนท์ อีเกิ้ลเป็นต้น อาจจะนุ่มก้นน้อยลง แต่เบากระเป๋าไปได้ระดับหนึ่ง (ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้ถูกกว่ามากมาย อาจจะเหรียญสองเหรียญ) รวมๆ กันก็ลดไปได้หลายสิบเหรียญอยู่ทีเดียว

เมื่อรู้สึกเบาใจว่าตนเองได้ประหยัดแล้ว ที่นี่ก็ถึงเวลา “ให้รางวัลกับชีวิต”

รางวัลที่ว่าเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ให้ความสุขได้ระดับหนึ่ง เช่น กาแฟสตาร์บั๊ก (ที่แน่นอนว่าแพงกว่ากาแฟชงเองที่บ้านหรือที่ทำงาน) หรือแม้กระทั่งของเล่นชิ้นใหม่อย่าง iPad รายงานบอกว่าถึงเศรษฐกิจจะไม่ดี แต่รายได้ของสตาร์บั๊กไม่ได้ลดลงเลย ในขณะเดียวกันคนก็แห่กันไปซื้อ iPad กันมากมายมหาศาล ลูกค้า iPad คนหนึ่งให้เหตุผลที่ซื้อว่า จริงๆ อยากได้ Mac Pro (แบบเครื่องใหญ่ตั้งโต๊ะ) แต่มีเงินไม่ถึงเป็นพันเหรียญ งั้นขอซื้อ iPad ไม่กี่ร้อยเหรียญแทนละกัน

ก็เลยไม่แน่ใจว่าตกลงคนจนลงรึเปล่า เพราะดูเหมือนว่าหลายๆ คนก็ยังมีกำลังซื้อของอยู่มากๆ ล่าสุด Apple เพิ่งประกาศผลประกอบการ กำไรดีมากๆ หุ้นขึ้นไปไม่รู้เท่าไหร่

สำหรับฉัน ที่บ้านก็ประหยัดมาแต่ไหนแต่ไร เวลาไปจ่ายตลาด ใช้ตังค์ประมาณ 150 เหรียญต่ออาทิตย์ เวลาเลือกซื้อของ ยังไงก็ต้องดู Nutrition Facts ก่อน ถ้าผ่านกฏเหล็ก ก็ค่อยพิจารณาราคาเป็นเรื่องถัดไป เรื่อง iPad นี่ยิ่งไม่มีความปรารถนาจะซื้อ จริงๆ ยังไม่เคยเห็นคนแถวบ้านใช้กันเลย ได้เห็นคนใช้จริงๆ ก็ที่วอชิงตัน ตอนไปเที่ยวเมื่อเดือนที่แล้ว เคยอ่านหนังสือว่า คนเรามักอยากได้ อยากเป็นเจ้าของสิ่งที่เราเห็นอยู่ประจำ เห็นด้วยว่าน่าจะจริง อยู่เมืองคลีฟแลนด์ คนไม่ค่อยเห่อเทคโนโลยีเท่าไหร่ เลยไม่รู้สึกเชย ถ้าอยู่เมืองใหญ่ๆ คงได้เกิดอาการทุกข์ใจอยากได้อยากโน้นอยากได้นี้บ้างเหมือนกัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: