สตอเบอรี่ที่ Zagara’s

สตอเบอรี่

สตอเบอรี่ในกล่อง

วันนี้ตั้งใจว่าเลิกงานแล้ว จะแวะไปซุปเปอร์มาร์เก็ตบนถนนลี (Lee Road) ชื่อ Zagara’s ไปซื้อสตอเบอรี่มากินเสียหน่อย ในตู้เย็นแทบไม่มีผลไม้อะไรแล้ว

จริงๆ ปกติ ถ้าจะให้ดี ผลไม้ควรซื้อที่ Giant Eagle มากกว่า จะได้ของที่หวาน รสชาติดี ถ้าซื้อที่ Heinen’s หรือ Zagara’s เลือกไม่ดี ก็อาจจะได้อะไรเปรี้ยวมากินได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ Heinen’s กับ Zagara’s เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตของท้องถิ่นมีเฉพาะแถบคลีฟแลนด์ อำนาจการต่อรองกับเกษตรกรเจ้าของสวนผลไม้ อาจจะสู้ Giant Eagle ซึ่งเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดยักษ์ที่มีสาขาไปทั่วรัฐเพนซิลเวเนียและโอไฮโอไม่ได้

ในขณะที่คนไทยประท้วงทุนนิยมต่างชาติ ไม่อยากให้เทสโกโลตัสมาเปิดทำการ เพราะกลัวว่าร้านโชว์ห่วยจะปิดกิจการกันไปหมด เมืองนอกอย่างคลีฟแลนด์ก็มีความคิดคล้ายๆ กัน ที่นี่เค้าสนับสนุนนโยบาย Buy local คืออยากให้คนซื้อจากร้านค้าที่ดำเนินการโดยคนท้องถิ่นมากกว่าที่จะไปซื้อจากร้านค้าปลีกใหญ่ๆ อย่าง Walmart หรือ KMart หลายๆ ครั้งที่ชาวบ้านประท้วงกันเป็นล่ำเป็นสันจนเป็นข่าวใหญ่โต และหลายๆ ครั้งที่บริษัทเหล่านี้ต้องยอมแพ้ไป Giant Eagle เองก็เคยโดนประท้วงโดยชาวเมืองคลีฟแลนด์ไฮท์เมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว จน Giant Eagle ต้องยอมยกธงหนี

สรุปว่า วันนี้ตัดสินใจไปซาการ่า เพราะอยากช่วยอุดหนุนธุรกิจของคนท้องถิ่น

ฉันไม่ได้มีความเป็นแม่บ้านอะไรหนักหนา ทุกวันนี้ที่ต้องทำความสะอาดบ้าน หรือทำกับข้าว(ให้ตัวเองกิน)ก็เพราะความจำเป็นและเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง เวลาไปเลือกซื้อผักและผลไม้ เลยไม่ได้ละเอียดละออมาก ส่วนใหญ่จะดูแต่ว่าขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป (ผักที่นี่ชิ้นใหญ่มาก ซื้อมากินไม่ค่อยทัน เน่าคาตู้เย็นอยู่หลายครั้ง) และไม่มีรอยดำอย่างชัดเจนก็ถือเป็นผ่าน  โยนลงรถเข็นได้ เป็นอันเสร็จพิธี

สตอเบอรี่ที่ซื้อวันนี้ก็ใช้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคล้ายๆกัน เห็นว่าใช้ได้ ก็หยิบมาหนึ่งกล่องลงตะกร้า แล้วก็เดินไปจ่ายตังค์ที่แคชเชียร์

วันนี้เป็นวันจันทร์ ใกล้เที่ยงแล้ว คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ไม่ต้องคิวจ่ายตังค์นาน หลังจากยิ้มทักทายกับแคชเชียร์แล้ว ฉันก็วางของลงบนสายพานให้เค้าคิดเงิน  คุณแคชเชียร์ เป็นผู้หญิงคนดำ อายุประมาณ 30 ปลาย ยิ้มแย้มอัธยาศัยดี หยิบสตอเบอรี่ของฉันไปดูปราดเดียว แล้วก็เปิดกล่องออก หยิบสตอเบอรี่ออกมาลูกนึง แล้วก็ลดราคาค่าสตอเบอรี่กล่องนั้น จาก 4 เหรียญ เหลือ 3 เหรียญทันที

เสร็จแล้วหันมาบอกว่า ลูกสตอเบอรี่ที่เอาทิ้งไปนี้มันมีราขึ้นนะคะ

ฉันกลับมาถึงบ้าน เล่าให้คุณสามีฟัง แล้วก็คิดต่อว่า ถ้าเรื่องทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นที่ Giant Eagle ฉันคงไม่รู้ว่ามีสตอเบอรี่มีราอยู่ในกล่อง จนกลับมาถึงบ้าน และก็คงไม่มีใครลดราคาให้ฉันด้วย แล้วฉันก็คิดต่อว่า ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นที่ท้อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่กรุงเทพฯ ถึงน้องแคชเชียร์เค้าจะรู้ว่ามีรา เค้าก็คงทำอะไรไม่ได้มากกว่าเอาสตอเบอรี่ทั้งกล่องคืนไป เปลี่ยนเป็นกล่องใหม่มาให้ฉัน เพราะน้องคงไม่มีอำนาจมากพอที่จะลดราคาให้ฉันทันที 25%

การแก้ปัญหาของคุณแคชเชียร์ที่ซาการ่านี้ถือเป็นกลยุทธ์การให้บริการลูกค้าที่ได้ผล อย่างแรกคือปัญหาได้รับการแก้ไขทันท่วงที อย่างที่สองทำให้ฉันไม่โวยวายว่ามีราในสตอเบอรี่ (ลูกอื่นๆ ปกติดี ล้างแล้วกินได้ ท้องไม่เสีย) อย่างที่สามฉันยังซื้อสตอเบอรี่ต่อไปในราคาที่ยุติธรรม ฉันคิดว่าเหตุผลที่ปัญหาเล็กๆ น้อยๆเช่นนี้แก้ไขได้ง่ายๆ เพราะร้านนี้เค้าให้อำนาจการตัดสินใจกับพนักงงานแคชเชียร์โดยไม่ต้องรอถามผู้จัดการร้าน หลายๆ ครั้งที่เราเห็นปัญหาในร้านอาหารยืดเยื้อไม่จบสิ้น เพราะร้านไม่ยอมให้อำนาจการตัดสินใจกับคนทำงานหน้าร้าน ต้องรอให้ผู้จัดการร้านมาเคลียร์อย่างเดียว ยิ่งรอนานลูกค้าก็ยิ่งหน้างอ พาลจะไม่ยอมรับฟังอะไรอีกเลย

สรุปว่าฉันก็จะกลับไปซื้อผลไม้ที่ซาการ่าอีก แต่คราวหน้าคงต้องดูให้ละเอียด ไม่อยากเจอราอีก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: