ฮัลโลวีน

คุกกี้ฮัลโลวีนของ Pillsbury

คุกกี้ฮัลโลวีนของ Pillsbury

ปีนี้วันฮัลโลวีนตรงกับวันอาทิตย์ วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม ปีนี้อากาศอุ่นกว่าปีที่แล้วนิดนึง หวังว่าคงมีเด็กๆ เดินออกมาเล่น Trick or Treat กันคับคั่ง

ฝรั่งแถวนี้เค้าตั้งใจฉลองฮัลโลวีนกันมาก ขับรถผ่านหน้าบ้านจะเห็นว่ามีคนเอาใยแมงมุม เอาหุ่นมาตั้งบนเก้าอี้ มีปักหลุมฝังศพ ดูสนุกสนานมากกว่าน่ากลัว ถ้าไม่มีอารมณ์บรรเจิดมาก ก็แค่เอาฟักทองมาตั้งไว้หน้าบ้านซักลูกสองลูก ก็ถือว่าได้ร่วมฉลองเทศกาลนี้ด้วยแล้ว

ด้วยความที่ปีนี้ฮัลโลวีนตรงกับวันอาทิตย์ ทำให้หลายๆ คนไม่แน่ใจว่า เด็กจะออกมาเดิน Trick or Treat คืนวันฮัลโลวีน (ซึ่งเป็นคืนที่ต้องเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน) หรือว่าคืนวันก่อนหน้าซึ่งเป็นคืนวันเสาร์ โดยปกติ จะเป็นหน้าที่ของแต่ละเมืองที่จะออกประกาศทางเว็บไซต์ของซีติ้ว่า ในเมืองนั้นๆ จะเล่นฮัลโลวีนคืนไหน เวลาไหน (Trick-or-Treat Time) อย่างเช่นปีนี้เมือง University Heights ที่ฉันอยู่ ระบุว่าเราจะเล่น Trick or Treat กัน วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม เวลาหกโมงเย็นถึงสองทุ่ม เป็นต้น

ช๊อกโกแลตปีที่แล้ว...เหลือบานเบอะ

ช๊อกโกแลตปีที่แล้ว...เหลือบานเบอะ

ฮัลโลวีนที่อเมริกา ไม่ใช่มีแต่เรี่องสนุก สำหรับพ่อแม่แล้ว เป็นเวลาที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ ขนมที่ให้เด็กๆ ก็ต้องเป็นขนมที่ pre-packaged คือต้องเป็นขนมที่ขายเป็นห่อตามร้าน ต้องมียี่ห้อ มีรายละเอียดระบุให้แน่นอนว่าใครเป็นคนผลิต มีส่วนผสมอะไรบ้าง อยู่ดีๆ จะนึกทำคุกกี้แจกเด็กก็ไม่ได้ เกิดเด็กๆ กินเข้าไปแล้วไม่สบาย คนให้ขนมก็โดนฟ้องยกใหญ่ เกิดในขนมที่เราทำแจกมีถั่ว หรือมีส่วนผสมอื่นๆ ที่เด็กกินแล้วแพ้ ก็โดนฟ้องอีก (ฐานไม่ยอมบอกให้ชัดเจนว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง) เคยมีคนแนะว่าถ้าอยากทำคุกกี้แจกจริงๆ ให้แนบป้ายชื่อเจ้าของบ้าน แนบเบอร์ติดต่อ แนบสูตรทำขนมไปด้วย คนรับจะได้อุ่นใจ (และกลับมาฟ้องร้องได้ถ้ามีปัญหา)

เรื่องอาหารที่อเมริกานี่ เรื่องใหญ่จริงๆ แล้วคนที่แพ้ถั่วก็มีเยอะเสียด้วย ถ้าสังเกตุฉลากอาหารที่ซื้อตามซุปเปอร์มาร์เก็ตดีๆ จะเห็นเค้าระบุไว้เสมอว่า อาหารนี้ปรุง หรือประกอบในโรงงานที่มีการปรุงอาหารอื่นๆ ที่ใช้ถั่วเป็นส่วนผสมด้วย [Manufactured on equipment that processes wheat.] ต้องเตือนไว้ เพราะว่าถ้าเกิดกินเข้าไป แล้วแพ้(ผงละออง)ถั่วที่ติดมา จะได่มาฟ้องกันทีหลังไม่ได้

ปีนี้ฉันขอมินนี่ไว้แล้วว่า จะไปซื้อฟักทองมาตั้งไว้หน้าบ้านนะ แล้วก็อาจจะขอร่วมเล่นกับเด็กๆ ด้วยอีกปีหนึ่ง (หลังจากที่ปีที่แล้ว ซื้อขนมมาเตรียมไว้มากมาย สุดท้ายก็มีเด็กมาเคาะประตูเล่นด้วยแค่ครอบครัวเดียว) วิธีการเข้าร่วมเล่นก็ง่ายๆ แค่เปิดไฟหน้าบ้านทิ้งไว้เท่านั้นเอง แล้วเด็กๆ (หรือผู้ปกครอง) ก็จะรู้ว่า บ้านนี้ร่วมกิจกรรมด้วย ก็จะมาเคาะประตูเอง

ฉันตั้งใจว่าจะไปซื้อช๊อกโกแลตของ Mitchell ร้านมีชื่อประจำเมืองมาแจกเด็ก คุณสามีฟังแล้วบอกว่า โหย แพง ฉันก็ได้แต่บอกว่า อย่างน้อยถ้าไม่มีเด็กมาเล่นด้วย เราก็เก็บไว้กินเองได้ อร่อยกว่าพวกช๊อกโกแลตที่ขายตามห้างทั่วๆ ไปเยอะเลย

2 responses to this post.

  1. Posted by Khun Samee on October 30, 2010 at 9:05 am

    But I like Mitchell’s chocolate!!! Let’s hope no kid shows up, so I’ll eat all of the leftovers.

    Also, Mitchell’s is not really spelled Mitchelle … but you probably figured it out already if you followed the link in the post.

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: