เรื่องทางโลก เรื่องทางธรรม

ห้าม[๒๔ มีนาคม ๒๕๕๕] ศาสนาคริสต์ นิกายแคทอลิก เขาถือว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นไปเพื่อสืบพันธุ์ (pro-creation) ถ้ามีเพื่อความพึงพอใจส่วนบุคคลแล้ว ถือว่าเป็นบาป มีแล้วก็ต้องยอมรับภาระ (ก็คือการมีและเลี้ยงดูลูก) ที่เกิดตามมา นี่เป็นเหตุผลง่าย ๆ ว่า ทำไมครอบครัวที่เป็นแคทอลิกอย่างจริงจัง ถึงมีลูกมาก และก็ช่วยอธิบายด้วยว่าทำไมการใช้ถุงยางอนามัยหรือยาคุมกำเนิดถึงได้เป็นเรื่องที่ต้องห้าม พูดง่าย ๆ ว่าถ้าจะมีเพศสัมพันธ์แล้วไม่ต้องมีลูก ก็จงอย่าปฏิบัติภารกิจเสียเลย

ด้วยเหตุผลนี้นี่เอง เรื่องยาคุมกำเนิดเลยเป็นข่าวดังข่าวใหญ่ในอเมริกา หลังจากที่รัฐบาลโอบามาเสนอให้องค์กรและบริษัทใช้แผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการเบิกจ่ายยาคุมกำเนิดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ฟัง ๆ ดู ก็น่าจะเป็นเรื่องดี สุภาพสตรีทั้งหลายก็ดูน่าจะได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แต่ปัญหามีอยู่ว่าสถาบัน องค์กรและบริษัทต่าง ๆ ที่ว่าเกิดไปรวมองค์กรทางศาสนาคริสต์ อย่างโรงเรียน มหาวิทยาลัยคริสเตียนเข้าไปด้วย เลยกลายเป็นว่าหลวงพ่อหลาย ๆ ท่าน ออกมาประกาศไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ถึงขนาดที่บอกว่ารัฐบาลโอบามาก้าวก่ายสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา

ถึงตอนนี้นี้บรรดาพวกคอนเซอร์เวทีฟและรีพับบลิกันเลยได้ทีขี่แพะไล่ ปีนี้เป็นปีเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่พอดี โอกาสนี้ถือเป็นโอกาสทองที่จะโจมตีโอบามา เพื่อให้ได้เสียงฝ่ายแคทอลิกมาอยู่ในมือ โจมตีไปโจมตีมา ก็ดันมีนักจัดรายการวิทยุคนดังชื่อนายรัช ลิมบอร์ก  (www.rushlimbaugh.com) เกิดไปเผลอด่านักศึกษาผู้หญิงจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ที่ไปพูดกับผู้แทนสภาสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการรวมยาคุมกำเนิดไว้ในประกันว่า เป็นโสเภณี (จริง ๆ ใช้คำแรงกว่านี้มาก) เหตุผลของนายลิมบอร์กก็คือว่า ผู้หญิงที่ต้องการให้จ่ายเงินให้ (ไปซื้อยาคุมกำเนิด) เพื่อจะมีเพศสัมพันธ์ ก็ต้องเป็นผู้หญิงโสเภณีแน่ ๆ

แม้สุดท้ายนายลิมบอร์กจะออกมาขอโทษนักศึกษาจอร์จทาวน์ว่าตนเองพูดแรงเกินไป (และหลังจากที่สปอนเซอร์ถอนตัวจากรายการไปหลายราย) แล้ว เรื่องนี้ก็ยังเป็นประเด็นเผ็ดร้อนที่ถกกันอยู่ไม่มีวันจบ และดูเหมือนว่ารัฐบาลโอบามาก็จะไม่ยอมถอยหลังง่าย ๆ แต่ก็ยอมแก้กฏว่า ให้บริษัทประกันเป็นผู้จ่ายค่ายาคุมกำเนิด ทางสถาบันหรือองค์กรจ่ายแค่ค่าประกันสุขภาพก็พอ ซึ่งก็แน่นอนว่าทางศาสนาก็ยังไม่พอใจอยู่ดี

ประเด็นที่เขาใช้เถียงกันนอกจากประเด็นเรื่องการผิดความเชื่อแล้ว หลาย ๆ คนก็ยังโต้ว่ายาคุมกำเนิดไม่ใช่ยารักษาโรค ไม่เหมือนกับยาพวกไวอะกร้า (ซึ่งรวมอยู่ในประกันสุขภาพด้วยมานานแล้ว) ซึ่งเป็นยาแก้ความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แต่ในขณะเดียวกันก็มีหลาย ๆ คนออกมาเถียงว่า ยาคุมกำเนิดก็มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคได้ เช่นช่วยรักษาสมดุลย์ของฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้ไม่ปวดท้องเมนส์เป็นต้น

มหาวิทยาลัยจอห์นแครอล (www.jcu.edu.) ที่ฉันจบมา ก็เป็นโรงเรียนคริสต์เหมือนกัน ปรากฏว่ามีอาจารย์กลุ่มหนึ่งก็รวมกันลงชื่อยื่นคำร้องให้อธิการบดี (ซึ่งเป็นพระ) ไปช่วยพูดกับคริสตจักรใหญ่อย่าให้กดดันรัฐบาลโอบามามาก ท่านอธิการบดีก็แบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ขอร้องให้การสื่อสารทุกอย่างเป็นไปอย่างสุภาพชน ขออย่าให้ด่าทอ ก็สงสารท่านอธิการฯ เหมือนกัน คงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกน่าดู

ฉันมองว่าเรื่องนี้น่าสนใจอย่างน้อย ๒ ประเด็น หนึ่งคือ คนที่ออกมาพูดต่อต้านไม่ให้การมีรวมยาคุมกำเนิดไว้ในประกันสุขภาพ เป็นพระผู้ชายทั้งนั้นเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้หญิงแท้ ๆ ไม่มีผู้หญิงออกมาเป็นตัวตั้งตัวตีต่อต้านเลย ก็แปลกดี

อีกประเด็นหนึ่งคือ ทำไมอยู่ดี ๆ รัฐบาลถึงต้องออกมาเปลี่ยนกฏเรื่องนี้ ปีนี้ปีเลือกตั้งแท้ ๆ ไม่กลัวหรืออย่างไรว่าจะเสียคะแนนเสียงจากคณะแคทอลิก ฉันเองก็เป็นพวกรักสงบและหัวเก่า ก็อดคิดในใจไม่ได้ว่ารัฐบาลนี้ไม่น่าไปยุ่งกับเรื่องความเชื่อทางศาสนาเลย ฉันคิดมันเป็นเรื่องที่เถียงกันเท่าไรก็ไม่จบ และจะเป็นเรื่องบานปลายด้วย คงยังจำกันได้ว่าตอนที่เบียร์ช้างจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย เรื่องมันใหญ่โตประท้วงกันวุ่นวายกันแค่ไหน (ถึงแม้ว่าจะมีคนแอบเมาท์ว่าจริง ๆ เป็นเรื่องของผลประโยชน์ ที่คู่แข่งไม่อยากให้เข้ามาจด กลัวคุณเจริญจะรวยมากกว่านี้เกินไป) จนสุดท้ายก็ต้องยอม เก็บเสื่อไปเข้าตลาดฯ ประเทศอื่นแทน

ไม่เข้าใจรัฐบาลอเมริกันจริง ๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: