ฤดูร้อนที่บ้านบนดอย ตอนอาหารการกิน

 

[๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๕] เป็นที่รู้กันในหมู่คนทั่วไปว่า แคว้นอะบรุสโซ่ (Abruzzo) ซึ่งเป็นแคว้นที่ตั้งของอำเภอกานยาโน่นี้ มีชื่อเสียงเรื่องเนื้อสัตว์ที่เอาไว้ปรุงอาหารมาก ขนาดที่ว่าก่อนกลับมาโรม ทั้งซินยอร่าลิเบราโตเร ทั้งเปาโลและโรแบร์ต้า ก็แวะซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อเนื้อกลับติดมือไปโรมคนละหลายถุงใหญ่ ๆ

อย่างที่ได้เกริ่นไว้แล้วว่าชีวิตที่กานยาโน่เป็นชีวิตเงียบ ๆ ไม่มีกิจกรรมตื่นเต้นโลดโผนอะไรมากมายเท่าไหร่ กลายเป็นว่าเช้ามาก็กินข้าวเช้า แล้วก็ไปอ่านหนังสือ ไปเดินเล่น รอกลับมากินข้าวกลางวันตอนบ่ายสองโมง กินเสร็จก็อาจจะมีเอนหลังพักผ่อนบ้าง ออกไปเยี่ยมลูกหมูป่าบ้าง แล้วก็รอกินข้าวเย็นอีกทีตอนสามทุ่ม

เรื่องกินเลยเป็นเรื่องใหญ่ไปโดยปริยาย

กลับอิตาลีคราวนี้ ความภาคภูมิใจอันดับหนึ่งของคุณสามีคือได้มีโอกาสกินอาหารที่ไม่ได้ลิ้มรสมาเป็นเวลา ๒๐ กว่าปี (หลังจากที่จากบ้านไปเรียนต่อที่อเมริกา) อันดับแรกคือ La porchetta (อ่านว่า ลา ปอร์เก็ตต้า) ลักษณะคล้าย ๆ หมูหัน เข้าใจว่าเอาหมูทั้งตัวไปปิ้ง แล้วกินเนื้อข้างใน ไม่ได้กินหนัง หากินได้ตามร้านข้างถนนบางร้าน ไปกานยาโน่คราวนี้โชคดี เจอรถขายปอร์เก็ตต้ามาจอดอยู่หน้าบ้านคุณป้าเบราดินา (ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับซินยอเร่ลิเบราโตเร) พอดี คุณสามีจอดรถจัดการลงไปซื้อมาครึ่งกิโล เอามากินเป็นอาหารกลางวัน อร่อยดี เนื้อเค็ม ๆ มัน ๆ นิด ๆ

อาหารอย่างที่สองที่เป็นที่ปลาบปลื้มมากว่าได้กิน คือ L’arrosticini เป็นเนื้อแกะเสียบไม้ปิ้ง แห้ง ๆ มัน ๆ แทะอร่อยดี คนขายจะเสิร์ฟมาทีละ ๖ ไม้ ห่อในกระดาษฟอยล์มาอย่างดี กินแล้วก็เพลิดเพลิน พี่เอ็นโซบอกว่าสมัยเด็ก ๆ เวลาตามคุณตา (ซึ่งชื่อวินเชนโซเหมือนกัน) ไปเที่ยวบาร์* ได้กลิ่นเจ้าอะโรสติชินี่นี่ แล้วน้ำลายไหลทุกที กลิ่นมันหอมยั่วยวนมาก เนื้อแกะปิ้งนี้ เราได้ไปกินที่เทศกาลหมูป่า ซึ่งเค้าใช้เนื้อหมูป่ามาปิ้งแทนเนื้อแกะ และได้กินอีกครั้งที่เทศกาลเบียร์ตามที่เล่าไว้แล้วก่อนหน้านี้

ฉันสังเกตว่าคนอิตาเลียนไม่ใช้น้ำจิ้มกินประกอบกับข้าวเลย อย่างปอร์เก็ตต้านี่ ถ้าอยู่เมืองไทย ก็อาจจะต้องเสิร์ฟคู่กับซีอิ๊วขาวหรือซีอิ๊วดำไปแล้ว หรืออย่างเจ้าเนื้อแกะเสียบไม้นี้ ฉันแอบคิดในใจว่าราดน้ำจิ้มนิดหน่อย กินกับข้าวเหนียวคงเข้าท่าดี  เล่าให้คุณสามีฟัง เค้าทำหน้าแบะ ไม่เห็นด้วยอย่างมาก อย่างไรก็ดีประเทศนี้เขากินเนื้อกับขนมปังเฉย ๆ  และดูเหมือนว่าอาหารยุโรปจะไม่นิยมกินกับน้ำจิ้มเลย ก็จะมีแต่คนอเมริกันที่ชอบกินมันฝรั่งกับซอสมะเขือเทศ หรือคนไทยที่มีน้ำจิ้มอร่อย ๆ มากมายนานับชนิด ทั้งน้ำจิ้มไก่ น้ำจิ้มทะเล น้ำจิ้มอาจาด แอบสังเกตเหมือนกันว่าเวลากินอาหารไทย พี่เอ็นโซจะไม่ค่อยชอบใส่น้ำจิ้มเท่าไหร่นัก คงเป็นความเคยชิน

นอกจากอาหารเหล่านี้แล้ว เรายังได้ลิ้มรส la bruschetta (อ่านว่าลา บรูสเกตต้า) เป็นขนมปังทาหน้ามะเขือเทศและใบโหระพา อร่อยแบบง่าย ๆ ดี ไม่ต้องปรุงอาหารให้มากเรื่อง อาหารอีกอย่างที่ได้ลองกินก็คือ พิซซ่าทอด (la pizza fritta) ซึ่งไม่มีใครเคยรู้มาก่อนว่ามันมีอาหารอย่างนี้ด้วย ในเทศกาลเบียร์มีขาย ๓ แบบคือ (๑) พิซซ่าทอดเปล่า ๆ  หรือ (๒) จะโปะหน้าด้วยหมูเค็มแห้งแบบโปรชูทโต ที่คนไทยรู้จักกันในนามของปาร์มาแฮม (prosciutto) หรือ (๓) จะราดช๊อกโกแลตนูเทลล่ากินเป็นของหวานก็ได้ ซินยอร่าและเปาโลสั่งมากินกันคนละจาน และแบ่งให้ฉันลองชิมดู รสชาติเหมือนปาท๋องโก๋แบบหวานไม่มีผิด ก็แปลกดี

ก่อนจะจบเรื่องนี้ขอย้ำอีกทีว่าคนอิตาเลียนจริงจังกับเครื่องปรุงในการทำอาหารมาก โดยเฉพาะใบโหระพา เห็นได้จากการเดินทางไปกานยาโน่ครั้งนี้ ที่เลาร่าถึงขนาดหอบต้นโหระพาใส่กระถางติดรถไปจากโรมด้วย เยี่ยมจริง ๆ

*ในอิตาลี บาร์หมายถึงที่กินกาแฟ  มีขนมและไอศกรีมขาย ไม่ใช่บาร์แบบความหมายในเมืองไทย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: