หนูหิวข้าว

[๓๐ กันยายน ๒๕๕๕]  โรงเรียนเพิ่งเปิดเทอมได้ไม่ถึงเดือน ก็มีเรื่องให้เด็ก ๆ ได้เป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ

ต้นเหตุของเรื่องมาจากกฏหมายใหม่ที่ออกโดยรัฐบาลโอบามาที่มีชื่อน่ารัก ๆ ว่า “the Healthy, Hunger-Free Kids Act of 2010” แปลเป็นไทยง่าย ๆ ก็คือ “กฏหมายสนับสนุนให้เด็ก ๆ ได้มีสุขภาพแข็งแรงและอยู่โดยปราศจากความหิว ประจำพ.ศ. ๒๕๕๓” กฏหมายนี้เน้นเรื่องการกำหนดสารอาหารให้เด็ก ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือออกมาแก้ปัญหาที่เด็กอเมริกันอ้วนกลมบ๊อกมากเกินไปเสียแล้ว กฏหมายนี้บังคับให้โรงเรียนของรัฐทั้งประถมและมัธยมที่ได้รับเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันจัดอาหารกลางวันให้ “ถูกหลักสุขภาพ” อย่างเช่น สำหรับเด็กมัธยม จะกินอาหารได้มื้อละ 850 แคลอรี่ — ประมาณว่ามีแฮมเบอร์เกอร์สักชิ้น มีนมสักกล่อง มีสลัดสด มีผลไม้สด เป็นต้น

อย่างไรก็ดี กฏหมายนี้ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องแคลอรี่อย่างเดียว แต่ยังเน้นให้อาหารกลางวันมีผักสดและผลไม้สดมากขึ้น มีอาหารที่ไขมันน้อยลง ไม่มี Trans Fat เน้นอาหารที่ปรุงสดใหม่ ๆ (ไม่ใช่แบบเป็นแช่แข็งมา แล้วเอาเข้าไมโครเวฟให้เด็กกิน) ลดปริมาณเกลือโซเดียม เป็นต้น

ฟังดูก็น่าจะดี แต่เด็ก ๆ ไม่เอาด้วย เด็กบอกว่า หนูหิวข้าว และคงหิวมากขนาดที่เด็กนักเรียนในแคนซัสถึงกับทำวิดีโอประท้วงเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยดัดแปลงจากเพลงฮิตอย่าง We Are Young เปลี่ยนเนื้อร้องเป็น We Are Hungryแทน เด็ก ๆ ประท้วงว่าต่อไปนี้จะคดข้าวห่อมากินจากบ้าน ไม่ง้ออาหารโรงเรียนแล้ว แถมยังมีคนเสริมอยู่ในแคนซัส ซึ่งเป็นรัฐแห่งข้าวสาลีแท้ ๆ (Wheat State) เป็นเรื่องน่าอายมากที่ปล่อยให้เด็ก ๆ หิวโซ เรื่องนี้กำลังเป็นข่าวเพราะเป็นความคิดริเริ่มของสตรีหมายเลขหนึ่ง มิเชล โอบามา ก็เลยโดนดึงเข้ามาเป็นเรื่องการเมืองในฤดูหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ถึงตอนนี้ก็ต้องรอดูว่าผู้ปกครองจะเออออห่อหมกไปกับลูก ๆ ด้วยรึเปล่า โรงเรียนรัฐเหล่านี้ เด็ก ๆ เรียนฟรี ค่าหนังสือฟรี ค่าอาหารก็ฟรี ไม่รู้ว่าพ่อแม่จะยอมเสียตังค์เพิ่มเป็นค่าอาหารให้ลูก หรือจะสอนให้ลูกกินผักผลไม้เยอะ ๆ แทน

ส่วนตัวแล้วฉันไม่แน่ใจว่าควรจะสงสารเด็กดีหรือไม่ แอบคิดลึก ๆ ว่า จริง ๆ มันคงไม่เกี่ยวกับเรื่องการกำจัดจำนวนแคลอรี่ เพราะทางรัฐบาลก็สำรวจแล้วก่อนที่จะออกกฏหมายนี้ว่าเด็ก ๆ ก็กินอาหารกลางวันประมาณ 800 กว่า ๆ แคลอรี่ อยู่แล้ว เดาว่าน่าจะเป็นปัญหาเรื่องการเพิ่มผักผลไม้เข้ามาในเมนูมากกว่า (และลดพวกมันฝรั่งทอด หรือของมัน ๆ อื่น ๆ ออกไป)  ฉันเห็นด้วยว่า คนอเมริกันควรจะปรับลักษณะอาหารที่กินกันเสียที แต่ก็แอบสงสารเด็กว่าโดนหักดิบอย่างนี้ คงไม่สนุกเท่าไหร่

ใครเคยมาอเมริกาคงนึกออกว่าอาหารที่นี่จานใหญ่แค่ไหน และเต็มไปด้วยของมันของทอดมากเพียงใด  แถวบ้านฉันมีร้านขายเบอร์เกอร์ที่เป็นที่นิยมมากที่หมู่คนอเมริกัน ฉันเคยเข้าไปกินครั้งหนึ่ง และก็ไม่อยากเข้าไปกินอีกเลย เพราะเบอร์เกอร์ที่เสิร์ฟเต็มไปด้วยชีสเยิ้ม ๆ และเนื้อทอดชุ่มน้ำมัน ชวนให้ปวดใจยิ่งนัก อีกอย่างหนึ่งคือฉันคิดว่าคงอเมริกันกินน้ำเปล่าน้อยเกินไป ส่วนใหญ่จะดื่มน้ำอัดลม หรือนมแทน พ่อแม่เล่าให้ฟังว่าสมัยมาอเมริกาเมื่อ ๔๐ กว่าปีที่แล้ว แทบจะหาน้ำเปล่าดื่มไม่ได้เลย ตอนนี้ก็นับว่าพัฒนามากขึ้นแล้ว อย่างน้อยก็ยังมีนัำเปล่าขายใส่ขวดอยู่ทั่วไป

เขียนเรื่องนี้แล้วชวนให้นึกถึงญี่ปุ่น ซึ่งเป็นชาติที่มีคนอายุยืนมากที่สุด  ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกเพราะญี่ปุ่นเจอทั้งสงครามและพิบัติภัยทำให้คนเสียชีวติมากมาย แต่เห็นอาหารญี่ปุ่นแล้วก็พอเข้าใจว่าทำไมคนถึงมีสุขภาพดีกันนัก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: