อีโบลาบุกคลีฟแลนด์

Ebola[๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๗] เชื้อไวรัสอีโบลาข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงฝั่งอเมริกาช่วงนี้ ทำให้เข้าใจเลยว่า การมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัวเป็นอย่างไร

ฉันไม่เคยคิดว่าอีโบลาจะมาถึงคลีฟแลนด์ เมืองในอเมริกามีเป็นพัน เป็นหมื่นแห่ง นึกไม่ออกว่าอีโบลาจะมาถึงคลีฟแลนด์ได้อย่างไร มาถึงโอไฮโอก็ว่าคงเป็นไปได้ยากแล้ว โอไฮโอก็ยังมีเมืองใหญ่ ๆ อีกมากมาย แต่สุดท้ายคลีฟแลนด์ก็เจอเข้ากับตัวเอง

วันศุกร์ที่ ๑๐ ตุลาคม นางพยาบาลชื่อ แอมเบอร์ วินสัน บินจากเมืองดัลลัสในรัฐเท็กซัสมาเยี่ยมญาติที่เมืองแอครอน ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ คลีฟแลนด์ ช่วงเสาร์อาทิตย์  ข่าวบอกว่ามาช่วยเตรียมงานแต่งงานของญาติ พยาบาลวินสันบินกลับไปดัลลัสวันจันทร์ เช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งก็คือวันอังคาร ผลการตรวจก็ออกมาว่า นางพยาบาลวินสันติดเชื้ออีโบลา ที่น่าว่าได้รับระหว่างทีช่วยดูแลคนไข้อีโบลาจากไลบีเรียก่อนหน้านี่ (ปัจจุบันคนไข้คนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว)

ทันทีที่ผลการตรวจออกมา สื่อในคลีฟแลนด์ก็กระพือข่าวอย่างครึกโครม โชคดีที่ฉันเคยศึกษาข้อมูลเรื่องอีโบลาสำหรับเขียนบทความในหนังสือฮูแมกกาซีนมาก่อน เลยพอจะมีความรู้บ้างว่า อีโบลานี่ไม่ได้ติดต่อกันง่าย ๆ คนที่จะเป็นพาหะได้ ต้องเป็นคนทีมีอาการเท่านััน และไม่ได้ติดต่อผ่านลมหายใจ

ฉันไม่ได้ตามข่าวที่คลีฟแลนด์มาก เพราะไม่ค่อยได้ดูทีวี อย่างไรก็ตามสื่อก็ดูเหมือนจะเสนอข้อเท็จจริงเหมือนกันว่า เชื้อนี้ติดต่อกันได้อย่างไรและใครจะติดได้บ้าง แต่ในขณะเดียวกันก็กระหน่ำออกข่าวเรื่องนี้เกือบทุกชั่วโมง ซึ่งสำหรับฉันแล้วถือเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนได้เป็นอย่างดี สายการบิน Frontiere ต้องออกข่าวยืนยันว่าเครื่องบินที่นางพยาบาลบินมาและบินกลับได้รับการชำระล้างแล้วเป็นอย่างดี ร้านชุดแต่งงานที่แอครอนซึ่งพยาบาลวินสันไปช้อปปิ้งช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ต้องปิดร้านชั่วคราว ที่ทำการเมือง Warrensville Heights ก็ต้องปิดทำการชั่วคราว เพราะพบว่าพนักงานเป็นญาติกับนางพยาบาลวินสัน โรงเรียนผู้หญิงใกล้ ๆ บ้านฉันก็สั่งห้ามไม่ให้เด็กนักเรียนคนหนึ่งมาโรงเรียน เพราะว่า มีเพื่อนของครอบครัวคนหนึ่งที่มาเยี่ยมช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่าน บินมาไฟล์ทเดียวกับนางพยาบาลวินสัน ได้ยินว่ามีอีกหลาย ๆ โรงเรียนที่ปิดชั่วคราว

ฟังกระแสแล้วรู้สึกทั้งเมืองหยุดเคลื่อนไหว หลาย ๆ คนไม่อยากเสี่ยงออกไปอยู่ในที่สาธารณะ (อย่างไรก็ดีวันพฤหัสของอาทิตย์น้น พี่เอ็นโซกับฉันออกไปดูหนัง Gone Girl)

ขนาดคลีฟแลนด์เจอแค่หางแถวเชื้ออีโบลา ยังเป็นได้มากขนาดนี้ นึกไม่ออกว่าอย่างเมืองดัลลัส ที่มีคนติดเชื้อ เขาจะกลัวกันมากขนาดไหน

ที่น่าสนใจคือว่า ขนาดคนที่มีความรู้ดี ๆ ก็ยังรู้สึไม่มั่นใจกับสถานการณ์ NPR ลงข่าวว่า มหาวิทยาลัยในคลีฟแลนด์ที่กำลังจะจัดการสัมมนาเรื่องอีโบลา ส่งจดหมายไปร้องขอให้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอีโบลาคนหนึ่ง ไม่ต้องมาพูดด้วยตนเอง แต่ขอให้พูดทางออนไลน์ผ่าน Skype แทน  เหตุผลเป็นเพราะว่าผู้เชี่ยวชาญคนนี้เพิ่งกลับมาจากแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งอีโบลา

เรื่องความหวาดกลัวอีโบลานี่ เขียนเท่าไรก็เขียนไม่จบ แม้เรื่องที่คลีฟแลนด์ซาไปแล้ว ตอนนี้กำลังมีประเด็นว่า รัฐบาลมีสิทธิที่จะไปกักกันคนที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยงอีโบลา ทัั้ง ๆ ที่เขาได้รับการตรวจแล้วว่าไม่ติดเชื้ออีโบลาแน่ ๆ หรือไม่  เดาใจว่าประชาชนหลาย ๆ คนคงอยากให้กักกันเต็มที่ แต่ตัวคนถูกกักก็เถึยงคอเป็นเอ็นเหมือนกันว่า เขาไม่มีเชื้ออีโบลาแน่ แล้วจะมาจำกัดเสรีภาพเขาทำไม

เรื่องเสรีภาพนี่เรื่องใหญ่ เถียงกันอย่างนี้คงไม่จบง่าย ๆ ท่าทางว่า คงไ้ด้ขึ้นโรงขึ้นศาลกันแน่ ๆ

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: