เดนเวอร์ เดนเวอร์

IMG_20150429_222238

Exhibit of 1968 – History Colorado Center

[๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘] สำหรับคนขาดแดดอย่างฉันแล้ว เดนเวอร์ถือว่าเป็นสวรรค์ชั้นเยี่ยม ตลอดระยะเวลา 4 วัน 4 คืนที่ได้ท่องเที่ยวไปตามเมืองต่าง ๆ ใจกลางรัฐโคโลราโด แดดออกจ้าทุกวัน แถมยังอยู่บนที่สูง ผลักให้ฉันเข้าใกล้พระอาทิตย์โดยไม่ต้องร้องขอแม้แต่น้อย ฉันกับพลอยโชคดีมาก ที่สภาพอากาศเป็นใจ ไม่ร้อน ไม่หนาว แดดจ้า ขนาดที่ว่าพื้นที่บริเวณอื่นของรัฐ มีฝนลูกเห็บตก ลมพายุพัดแรง แต่ในเวลาเดียวกัน เมืองที่เราท่องเที่ยวไปกลับมีแต่ความปลอดโปร่ง เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะพลอยเป็นคนนำโชค

เวลาที่ฉันไปเดนเวอร์ จะรู้สึกเสมอว่าอากาศแห้ง นอนไม่ค่อยสบาย ไปคราวนี้ก็นอนหลักปกติ สดชื่น ตื่นเช้ามาไ่ม่มีเลือดออกในจมูกเหมือนทุก  ๆ ครั้ง ความดันอากาศสร้างปัญหาเล็กน้อย เพราะไปทำให้อายไลนเนอร์ของพลอยพุ่งเลอะออกมาเป็นกระสาย อย่างไรก็ตามเดนเวอร์เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความหลังฝังใจ รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านทุกครั้งที่ไปเยือน

เดินทางครั้งนี้ ต้องขอบคุณพลอยและชิงที่วางแผนการเดินทางให้เป็นอย่างดี นอกจากจะได้ไปสวัสดีลุงทอมและเบ๊ตตี้แล้ว ฉันยังมีโอกาสได้ลองกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยได้ทำมาก่อนในชีวิต

*** Downtown Denver
(16th Street Mall, History Colorado Center, Big Blue Bear, University of Denver)
เราใช้เวลาในดาวน์ทาวน์เมืองเดนเวอร์ประมาณครึ่งวันนิด ๆ โรงแรมที่พักตั้งอยู่ในทำเลดี ไม่ไกลจาก 16th Street Mall ซึ่งเป็นถนนคนเดินเท่าไรนัก โชคดีว่าเราได้ลาภลอยจากเบ๊ตตี้ให้ตั๋วฟรีเข้าพิพิธภัณฑ์ตั้งสองแห่ง คือ History Colorado Center กับ Museum of Contemporary Art แต่เนื่องด้วยเวลาจำกัด จึงมีโอกาสได้เข้าชมแค่ที่ History Colorado Center ที่เดียว อย่างไรก็ตามบอกตรง ๆ ว่า การเข้าชมพิพิธภัณฑ์นี่เป็นโบนัส เพราะตอนแรกตกลงกับพลอยแล้ว คงไม่ไปมิวเซียมแน่นอน

ที่ History Colorado Center มีนิทรรศการพิเศษหัวข้อ The Exhibit of 1968  ผู้จัดเลือกปี ค.ศ. 1968 (พ.ศ. 2511) เป็นเนื้อเรื่องหลักของนิทรรศการ โดยมีการเล่าเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นในอเมริกาภายในปีนั้น ไม่ว่าจะเป็นสงครามเวียดนาม มีการเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิมนุษยชนที่นำโดย ดร. มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ การลอบสังหาร โรเบิร์ต เคนเนดี้ รวมไปถึงโครงการ Apollo 8 ที่มนุษย์สามารถบังคับยานอวกาศไปถึงดวงจันทร์ได้เป็นครั้งแรก ชื่นชมคนจัดนิทรรศการที่ช่างสรรหาและอุปกรณ์ประกอบนิทรรศการได้ถูกใจจริง ๆ พลอยเห็นทีวีตู้ใหญ่ ๆ ก็ร้องว่า โอ้โห อย่างนี้เคยเห็นที่บ้านคุณปู่

หมีสีฟ้า พร้อม Prop

หมีสีฟ้า พร้อม Prop

เราใช้เวลาที่เหลือในการขับรถชมเมือง ได้ไปถ่ายรูปหมีสีฟ้าตัวใหญ่เกาะกระจก Colorado Convention Center ต่อด้วยการระลึกถึงความหลังของฉันที่ University of Denver ซึ่งเปลี่ยนไปมากจนจำไม่ได้ พยายามจะหาร้าน Rockport ที่เคยซื้อรองเท้ากับพี่โอ ก็จับจุดไม่ถูกเสียแล้วว่ามันอยู่ทิศไหน หอพักที่พี่โอเคยอยู่ ตอนนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็น ภาควิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ไปเสียแล้ว แถมยังมีการซ่อมแซมก่อสร้างด้านหน้าตึกอีกต่างหาก แต่อย่างน้อยก็ดีใจว่าได้เห็นโรงเรียนของพี่โออีกครั้ง

ปิดท้ายด้วยเรื่องน่าตื่นเต้นกับการประท้วง Freddie Gray คนดำที่เสียชีวิตที่เมืองบัลติมอร์ รัฐแมรี่แลนด์ ระหว่างที่ถูกคุมขังโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่ากลุ่มผู้ประท้วงจะเดินมาถึงโรงแรมเรา จำนวนคนก็สลายตัวไปมากแล้ว แต่เห็นความแข็งขันของตำรวจที่ค่อยคุ้มกันกลุ่มผู้ประท้วงก็น่าประทับใจมากอยู่โข

*** Rocky Mountain National Park
(Nederland, Lily Lake, Beaver Meadows, Estes Park (The Stanley Hotel))
เช้าวันพฤหัส ฉันตื่นนอนตั้งแต่ตีห้า เพราะยังติดกับเวลาที่คลีฟแลนด์อยู่ พยายามจะนอนหลับต่อ แต่ก็ตื่นมาอีกครั้งตอนหกโมงเช้า ท้องร้องกิ่ว โชคดีว่ามีโดนัทที่ซื้อจาก 7-11 ใกล้โรงแรมตุนไว้

IMG_20150430_101459642_HDR

Sundance Cafe

เช้านั้นเราขับรถไปจอดทิ้งไว้ที่บ้านลุงทอม เบ๊ตตี้และทอมอาสาพาฉันและพลอยไปเที่ยว Estes Park ซึ่งอยู่ละแวกเดียวกับ Rocky Mountain National Park ระหว่างทางเบ๊ตตี้และทอมชวนแวะกินข้าวชางวัน (Brunch) ที่ร้าน Sundance Cafe ซึ่งอยู่ในเมือง Nederland อาหารอร่อย วิวสวย ร้องอู้อ้ากันไม่หยุด

ท้องอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาชมธรรมชาติ พร้อมเพลิดเพลินเสียงเพลงจากซีดีที่ลุงทอมอุตส่าห์ขนมาเปิดให้โดยเฉพาะ เป็นเพลงร๊อกโบราณที่ฟังกี้ได้ใจมาก (จำชื่อเพลงได้อยู่เพลงเดียวคือ Morning Has Broken)นัยว่าให้เข้ากับบรรยากาศเมือง Nederland ที่เป็นที่ตั้งของสตูดิโออัดเพลงระดับโลก ที่มีนักร้องดัง ๆ อย่าง ไมเคิล แจ๊กสัน เอลตัน จอห์น มาอัดเพลงกัน ถ้าลุงทอมไม่พูดก็คงไม่เชื่อ เพราะ Nederland นี่เล็กมาก (แต่ก็ยังอุตส่าห์มีร้านอาหารไทยด้วย) แสนจะไม่มีอะไรทั้งสิ้น ทุกคนเลยลงความเห็นกันว่า ศิลปินทั้งหลายเลือกมาที่นี่ เพราะจะได้ตั้งใจทำงานได้อย่างเต็มที่ ไม่มีกิเลสมายั่วยวนใจ

Lily Lake

Lily Lake

เราแวะจุดชมวิวหลายจุด ขนาดมนุษย์ทะเลอย่างฉัน ซึ่งปกติจะไม่รู้สึกยินดียินร้ายกับวิวภูเขา ได้เห็นทัศนียภาพของเทือกเขาร๊อกกี้แล้ว ยังอดใจเต้นไม่ได้ ถามลุงทอมกับเบ๊ตตี้ว่ารู้สึกอย่างไร ที่ได้เห็นวิวสวย ๆ อย่างนี้ทุกวัน เขาก็ได้แต่ยิ้มแป้นเป็นคำตอบกลับมา เบ๊ตตี้ซึ่งเป็นนักอ่าน เล่าเรื่องหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ A Lady’s Life in the Rocky Mountains เขียนโดย Isabella L. Bird เล่าเรื่องการผจญภัยของผู้เขียน ซึ่งเดินทางมาจากอังกฤษ ในสมัยปลายคริสตศตวรรษที่ 19 (ปี 1873) นั่งหลังม้า (แบบนั่งข้าง) มาเที่ยวแถบเทือกเขาร๊อกกี้ เล่าเสร็จเบ๊ตตี้ก็ยังซื้อหนังสือให้เป็นของที่ระลึกอีกด้วย จนบัดนี้ฉันยังอ่านไปได้ไม่กี่หน้า แต่สงสัยว่าอ่านจบแล้วคงอยากกลับไปตามรอย Ms. Bird อีกสักรอบ

First elk we saw (Photo by Ploy)

First elk we saw (Photo by Ploy)

ไฮไลท์ของการขึ้นเขาครั้งนี้ คือการหยุดดูเจ้าตัว Elk ต้องขอสารภาพว่า ตอนแรกที่ได้ยินชื่อ สมองก็นึกไปถึงกวางมูสทันที จนสุดท้ายพลอยอธิบายให้ฟัง ถึงได้นึกออกว่ากวาง Elk นี่ มันเป็นกวางอีกชนิดหนึ่ง เบ๊ตตี้ขับรถเข้าอุทยานแห่งชาติไม่นานก็เจอกวาง Elk หนึ่งตัวกำลังยืนเล็มหญ้าอยู่ ฉันตื่นเต้นมาก รีบลงจากรถลงไปถ่ายรูป จากนั้นมา เราก็เจอกวาง Elk นี่อีกเป็นฝูง แล้วยังได้เห็นแพะ(หรือแกะ) ภูเขาอีกด้วย

เรื่องแปลกของการไปเดนเวอร์คราวนี้คือได้กลิ่นสกังค์อยู่เรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่เห็นตัว บางครั้งเดินอยู่ในเมืองก็ยังอุตส่าห์ได้กลิ่น ไม่เคยคิดว่าในเมืองจะมีสกังค์ แต่ที่นี่คือเดนเวอร์ อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้

เราสิ้นสุดการท่องเที่ยวในวันนั้นด้วยการขับรถชมเมือง Estes Park ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ อยู่บนเขาและน่าเดินเล่นมาก เมืองนี้เป็นที่ตั้งของโรงแรม Stanley ซึ่งสตีเฟน คิงมาพัก และเกิดแรงบันดาลใจเขียนเรื่องสยองขวัญเรื่อง The Shining

ทั้งหลายท้ังปวงต้องขอบพระคุณเบ๊ตตี้และลุงทอมเป็นอย่างมากที่ได้ขับรถพาเราขึ้นเขาครั้งนี้ เส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา ขับเองก็คงลำบากน่าดู ข้อสำคัญคือจะหมดโอกาสดูวิวสวย ๆ ข้างทางไปด้วย

เย็นวันนั้นแอนดี้และเจนจัดปาร์ตี้พิซซาเลี้ยงต้อนรับที่บ้านอย่างอบอุ่น (เกือบ)ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา รวมถึงครอบครัวของเจน หลานน่ารักสองคน คือ เอมม่า และเบรดี้ ด้วย หัวข้อสำคัญในวันนั้นคือเรื่องงานพรอมของไคลีย์ซึ่งจะจัดขึ้นในวันรุ่งขึ้น เสียดายจริง ๆ ที่ไม่ได้เจอแคมเมรอน

*** Georgetown & Silver Plume
(Georgetown Loop, Super 8 Motel)

Georgetown, CO

Georgetown, CO

การตัดสินใจไปเที่ยวเมืองจอร์จทาวน์นี้ ถือเป็นการตัดสินใจที่ดีเยี่ยม และต้องยกเครดิตให้กับพลอยและชิง จอร์จทาวน์เป็นเมืองเหมืองแร่เก่า ย้อนกลับไปปลายคริสตศตวรรษที่ 19 สมัยยุค Rush Rush ทั้งหลาย (ทั้ง Gold Rush Silver Rush และอื่น ๆ อีกมากมาย) ไปถึงเมืองนี้แล้ว ก็ต้องชมว่าเค้ารักษาเมืองได้ดีจริง ๆ อย่างไรก็ตามต้องขอบอกว่า เมืองนี้เป็นเมืองที่เล็กมากถึงมากที่สุด มีถนน Main Street สายเดียว ยาวไม่ถึงกิโล มีร้านค้าไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นร้านขายของที่ระลึกและงานศิลป์สำหรับนักท่องเที่ยว หากใครอยากแวะเที่ยว คิดว่าใช้เวลาครึ่งวันก็น่าจะเกินพอ จุดเด่นของเมืองนี้คือ Georgetown Loop Railroad ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางรถไฟที่เดิมสร้างไว้เพื่อขนแร่ออกมาจากเหมือง

วันที่เราไปเป็นวันแรกที่ Georgetown Loop Railroad เปิดให้บริการเป็นวันแรกของปี พลอยตัดสินใจซื้อ Extension Tour สำหรับเดินเข้าชมในเหมืองด้วย เหมืองที่ว่านี่เป็นเหมืองเงินเก่าที่บริษัท Lebanon จากนิวยอร์ก มาสร้างไว้ กว่าร้อยปีที่แล้ว  คณะชมเหมืองของเราประกอบด้วยสมาชิก 4 คน นอกจากฉันและพลอยแล้ว ยังมีสามีภรรยาอีกคู่หนึ่ง คุณลุงนำชมชื่อเออร์นี่ พอเขาถามว่าฉันกับพลอยมาจากไหน แทนที่จะตอบว่าโอไฮโอและวอชิงตัน เลยตอบไปว่า ไทยแลนด์ ให้คุณลุงได้ภูมิใจว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากอีกมุมหนึ่งของโลกเพื่อมาชมเหมืองของเขา

Lebanon Mine, Georgetown, CO

Lebanon Mine, Georgetown, CO

ทัวร์เหมืองนี้ จริง ๆ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นให้ดูเท่าไร เผลอ ๆ แล้ว การไปเรียนรู้เรื่องเหมืองที่พิพิธภัณฑ์ History Colorado อาจจะสนุกกว่า แต่มาเดินเหมืองอย่างนี้ ก็ชวนให้ได้บรรยากาศว่าคนทำเหมืองสมัยโบราณนี้ เขาอยู่กันอย่างไร ทำงานกันอย่างไร มืดแค่ไหนในเหมือง เสี่ยงชีวิตมากน้อยเพียงใด คุณลุงเออร์นี่ได้เล่าเรื่องอะไรมากมาย แต่มาเจอคนอย่างฉันซึ่งมีความรู้เรื่องธรณีวิทยาเพียงหางอึ่ง จำได้คร่าว ๆ ว่า คนที่มาทำเหมืองที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นเชื้อสาย Cornish อพยพมาจาก Cornwall ที่อังกฤษ คน Cornish นี่เขาทำอาชีพขุดเหมืองหาแร่เป็นล่ำเป็นสันอยู่แล้ว และได้เรียนรู้วิธีการขุดเหมืองมาจากพวกโรมัน

ลุงเออร์นี่เล่าเรื่อง Tommyknockers พร้อมแสดงภาพประกอบให้ดูด้วย

20 เหรียญ (พร้อมพวงกุญแจสองอัน)

20 เหรียญ (พร้อมพวงกุญแจสองอัน)

ที่จอร์จทาวน์ มีเรื่องให้ตื่นเต้นหลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องโรงแรม Super 8 เรื่องโดนจับถ่ายรูป แล้วเอามาอัดใส่กรอบพร้อมทำพวงกุญแจขาย $20 ไปจนถึงเรื่องโยเกิร์ตขึ้นรา เรื่องวัฟเฟิ้ลเปรี้ยวและเรื่อง คุณจ่าใบไม้สีเขียว ขายคุ้กกี้ช๊อกโกแลตชิปและบราวนี่ เรื่องคุณจ่านี่ ถือเป็นประสบการณ์ครั้งใหญ่ของฉัน เข้าร้านคุณจ่าปุ๊ป ก็ต้องโชว์บัตรประจำตัว แล้วก็จะได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าไปอีกห้องหนึ่งด้านในซึ่งมีผลิตภัณฑ์เรียงรายให้เลือกซื้อมากมาย เร้าใจอย่าบอกใคร

ออกจาก Georgetown เราแวะมาดูเมืองใกล้ ๆ ที่ชื่อว่า Silver Plume เป็นเมืองเล็กมากอีกเช่นกัน พลอยบอกว่าบรรยากาศทำให้นึกถึงเรื่อง The Village ชื่อของเมืองนี้ ก็ได้มาจากการที่เคยเป็นเหมืองเงินมาก่อนอีกเช่นกัน


*** Other

(Golden (Coors Brewery Tour), Red Rock Amphitheater, Boulder)
ฉันกับพลอยไปเจอกันที่สนามบินเดนเวอร์ตอนสิบโมงครึ่งนิด ๆ พลอยบินไปจากซีแอทเทิล ในขณะที่ฉันบินไปจากคลีฟแลนด์ เราเริ่มเที่ยวตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน ไปจนถึงเช้ามืดวันที่ 3 พฤษภาคม เที่ยวแบบสบาย ๆ ไปเรื่อย ๆ แวะที่ที่อยากแวะ นอกจากเมืองใหญ่ ๆ ที่เล่าไปตอนต้นแล้ว ขับจากบ้านลุงทอมไปอีกประมาณ 15 นาที ก็ถึงเมือง Golden ไปชมทัวร์ทำเบียร์ของบริษัท Coors Miller ดื่มเบียร์ฟรี 3 แก้ว และก่อนออกจากเมืองก็ยังแวะไปตัดผม(!!!) แบบชิลล์ ๆ

IMG_20150501_202043

Red Rock Amphitheater

ประทับใจเมือง Golden ว่าเขาพยายามชวนคนเดินเที่ยวในเมืองให้มากที่สุด เชื่อว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มา Golden ก็คือตั้งใจจะมากินเบียร์ฟรี (อย่างเรา ๆ) แต่คุณป้าที่ขับรถแวนขนาดกลางพาเราเข้าไปชมโรงงาน Miller Coors ก็อุตส่าห์พรรณาเล่าประวัติความเป็นมาของเมืองอย่างตั้งอกตั้งใจ มือขับรถไป ปากก็เล่าเรื่องเมือง พร้อมกับชี้ชวนให้ชมตึกโน้นตึกนี้ไปเรื่อย ๆ ฉันก็ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้าง แต่อย่างหนึ่งที่จำได้แม่นคือ เหตุผลที่ผู้ก่อตั้ง (ชื่อ เอดอฟ) มาเปิดโรงงานทำเบียร์ที่นี่ เพราะน้ำที่มาจากเทือกเขาร๊อกกี้นี่อร่อยเหมาะสำหรับทำเบียร์ที่สุด

ออกจาก Golden ขับต่อไปอีกประมาณ 15 นาที ก็ถึง Red Rock Amphitheater ได้เห็นความตระหง่านของหินสีแดงที่ทำให้เกิด Natural acoustics ได้เรียนรู้ว่าคนสร้าง เขาได้แรงบันดาลใจมาจากโรงละครกลางแจ้งแบบกรีกที่ตาโอมิน่าที่ซิซิลี

หนึ่งวันก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน เราแวะเที่ยว Boulder มีตลาดนัดคนเดิน ได้ไปยืนดูคนเล่นปาหี่หน้าตาเหมือนจิมมี่ ฟัลลอน ฉันซื้อว่าวมาหนึ่งตัวตั้งใจจะเอามาเล่นที่คลีฟแลนด์ โบลเดอร์นี่เป็นเมืองที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่ออย่าง University of Colorado at Boulder เป็นเมืองที่ได้บรรยากาศฮิปปี้เป็นอย่างมาก ดูทุกคนมีอิสระเสรีไร้ขอบจำกัด

แม่ถามว่า เป็นยังไงบ้างไปเที่ยวเดนเวอร์ ได้ย้อนกลับไปเที่ยวที่ที่เคยไปเที่ยวกับพี่โอรึเปล่า ฉันลองมานั่งคิดดู แล้วพบว่าความทรงจำของฉันกับพี่โอในเดนเวอร์มีน้อยมาก นอกจากมหาวิทยาลัยของพี่โอ บ้านลุงทอม แล้ว อย่างอื่นก็แทบจำไม่ได้เลย อาจจะมี Red Rock เล็กน้อย แต่ก็จำได้ลาง ๆ มาก ในขณะที่จำนิวยอร์ก วอชิงตันดีซี และแกรนแคนยอนได้ซึ้งใจมากกว่า

แปลกดี

One response to this post.

  1. […] ตอนที่แวะไปเยี่ยมลุงทอมกับเบ๊ตตี้ ฉลากบอกว่าทำจาก Ripstop nylon กับ Fiberglass spars […]

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: