Stop Sign

IMG_20150509_170118230

สี่แยกถนน Fenwick และ ถนน Silsby

[๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘] หนังสือพิมพ์รายงานข่าวเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาว่า คุณตำรวจของเมืองยูนิเวอร์ซิติ้ไฮทส์จะยกเลิกไฟจราจรตรงสี่แยกถนนเฟนวิกและถนนซิลสบี้ และเปลี่ยนไปใช้ Stop Sign แบบ Four-way แทน เนื่องจากการจราจรไม่คับคั่งมากเหมือนเคย

นานมาแล้ว ใกล้ ๆ สี่แยกนี้ เป็นที่ตั้งของโรงเรียนถึงสองแห่งด้วยกัน แต่มาระยะหลัง เข้าใจว่าประชากรเด็กน้อยลง โรงเรียนทั้งสองแห่งจึงต้องปิดไป และคนในเมืองก็โหวตผ่านประชามติให้เปลี่ยนโรงเรียนเก่าเป็นสวนสาธารณะแทน การจราจรที่ผ่านไปผ่านมาในบริเวณนี้จึงบางตาไปมาก สุดท้ายทางตำรวจทำการนับจำนวนรถยนต์ที่ผ่านไปมาแล้ว ก็ลงมติว่า ไม่ต้องติดไฟจราจรแล้ว ใช้ป้ายหยุดก็พอ

พอตัดสินใจได้แล้ว คุณตำรวจก็นำป้ายหยุดมาติดทั้งสี่มุมของถนน แต่ยังคงไฟจราจรไว้ เพียงแต่เปิดให้เป็นแบบกระพริบ เตือนให้นักขับรถชะลอความเร็ว และอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา ไฟจราจรก็ถูกถอดทิ้งไป

ฉันไม่แน่ใจว่า การนำป้ายหยุดมาติดแทนไฟจราจรจะเป็นผลดี แค่ให้การจราจรดำเนินไปอย่างสะดวกรวดเร็วขึ้นอย่างเดียวหรือไม่ หรือจะมีเหตุผลเรื่องการประหยัดไฟ (สำหรับไฟจราจร) และลดค่าใช้จ่ายเรื่องการดูแลไปด้วย (ไม่ต้องคอยเปลี่ยนหลอดไฟ ไม่ต้องมีคนมาทำความสะอาด ซ่อมแซม ฯลฯ)

อย่างไรก็ดี ฉันคิดว่าคนที่นี่ขับรถค่อนข้างมีมารยาทดี มีน้ำใจในการใช้ถนนเป็นอย่างมาก (โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ ๆ) เคยเกิดกรณีว่า ไฟจราจรที่สี่แยกเสียช่วงฤดูหนาว คนขับรถทุกคนก็ปรับระบบให้เป็น Four-way stop โดยอัตโนมัติ คือผลัดกันไปด้านละคัน ใครมาก่อน ก็ให้ไปก่อน หรือบางกรณี จะขอทาง จะเปลี่ยนเลน แค่ยกไฟเลี้ยว คันข้างหลังก็ยอมให้เปลี่ยนด้วยดีแล้ว ไม่มีการแทงกั๊กแม้แต่น้อย

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ฉันคิดว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการมีการศึกษาหรือวัฒนธรรมที่ดี ฉันคิดว่าเป็นเพราะเวลาที่นี่มีเหลือเฟือ ไม่ต้องแย่งกันเหมือนคนในเมืองหลวง ไปไหนก็ไม่ต้องรีบร้อน ไม่อารมณ์เสียเพราะรถติดไม่ขยับเป็นชั่วโมง ๆ ในเวลาหนึ่งชั่วโมง ฉันสามารถไปจ่ายตลาด ไปไปรษณีย์ ได้อย่างสบาย ๆ

พอมีเวลามากมายก่ายกองแล้ว ก็เอื้อเฟื้อแบ่งให้คนอื่นได้อย่างไม่มีอิดออด

นึกถึงเมื่อวันเสาร์ ฉันกำลังยืนต่อคิวจะจ่ายเงินค่าต้นไม้ (Thyme) เล็ก ๆ หนึ่งต้นทีร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตไฮเนนส์ วันนั้นคนเยอะมาก แต่ละคนซื้อของกันมหาศาล ฉันไม่ได้รีบไปไหนและยินดีที่จะยืนคิวต่อไปเรื่อย ๆ สักพักมีคุณลุงผู้ชายแถวข้าง ๆ (ซึ่งก็ซื้อของเยอะเช่นกัน) มาสะกิดว่า ให้ลัดคิวเขาได้เลย เพราะฉันซื้อต้นไม้แค่ต้นเดียว ครั้งแรกฉันก็บอกปฏิเสธว่าไม่เป็นไร ฉันไม่ได้รีบไปไหน คุณลุงก็ยังอุตส่าห์คะยั้นคะยอ สุดท้ายเลยกล่าวขอบคุณและยอมไปลัดคิวเขา ไม่อยากให้เสียน้ำใจ

เห็นไหมว่าคนที่นี่น่ารักแค่ไหน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: