12 วันกับ One Love ที่จาไมก้า (1)

Kaz Kreol Hotel, Ocho Rios, Jamaica

Kaz Kreol Hotel, Ocho Rios, Jamaica

[๖ มีนาคม ๒๕๕๙]  เราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าวันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ ทนใส่แจ๊กเก็ตตัวบางรับอากาศติดลบของคลีฟแลนด์เพื่อเตรียมรับอากาศอันอบอุ่นของจาไมก้า ใช้เวลาบินชั่วโมงนิดๆ ถึงชาร์ลอตต์ นอร์ทแคโรไลนา (Charlotte, North Carolina) ต่อเครื่องมาสนามบินมอนทีโกเบย์ (Montego Bay หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Mobay) อีก 2 ชั่วโมงนิดๆ กัปตันของอเมริกันแอร์ไลน์กล่าวติดตลกระหว่างประกาศต้อนรับก่อนจะเดินทางมาว่า อากาศที่จาไมก้าดูพิกลอยู่ๆ (Questionable) เพราะ….. แดดจ้า อุณหภูมิประมาณ 28 องศา ต่างกับอากาศที่ ชาร์ลอตตโดยสิ้นเชิง

หาดสวย ดนตรีดัง กัญชาและบุหรี่ที่เนกริล (Negril: 19 -24 กุมภาพันธ์)
ออกจากสนามบินมอนทีโกเบย์มาเนกริลใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ๆ นิด แทนที่จะเป็นชั่วโมงครึ่ง เพราะรถติดมาก น้องคนขับรถแท๊กซี่อธิบายว่าวันนี้วันศุกร์ ช่วงเย็น (ประมาณบ่ายสามโมง) เป็นเวลาเร่งด่วน เด็กเลิกเรียน ผู้ใหญ่เลิกงาน กลับบ้านกัน ถนนที่เราใช้มุ่งหน้าสู่เนกริลเป็นถนนเล็ก ๆ สวนไปสวนมาเลนเดียว แถมต้องผ่านย่านชุมชนของหลาย ๆ เมืองอย่าง Lucea ทำให้รถวิ่งได้ช้า บางช่วงทำให้นึกว่าตัวเองอยู่เก้าเส้ง ถามน้องแทกซี่อีกว่าคนที่นี่กลัว Zika Virus ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ไหม น้องหัวเราะบอกว่าไม่เห็นมีใครสนใจเลย ฟังแล้วก็หายกังวล หลังจากไปเที่ยวหาซื้อที่ฉีดกันยุงมาหลายวัน (ที่อเมริกา ที่ฉีดยากันยุงดี ๆ ขาดตลาด)

White Sand Beach (7-Mile Beach), Negril, Jamaica

White Sand Beach (7-Mile Beach), Negril, Jamaica

แอบสังเกตเห็นว่าคนจาไมก้าไม่ขับมอเตอร์ไซค์กันเลยแฮะ แถมในรถแท๊กซี่ก็มีคนนั่งเบาะหลังกันตรึม เค้าพาครอบครัวไปเที่ยวกันหรืออย่างไร สุดท้ายถึงได้รู้ว่าที่นี่ไม่ค่อยมีรถประจำทาง คนส่วนใหญ่นิยมเรียกแท๊กซี่ (Route Taxi) เหมือนเวลาเราเรียกสองแถว แล้วก็จ่ายแชร์กันไปคนละ 1-2 เหรียญ  ที่เห็นนั่งอัดกันที่เบาะหลังนั่นคือผู้โดยสารทั้งนั้น แต่ละคนไม่ได้รู้จักกัน (แต่ก็ดูพูดคุยกันดี)

เราจองโรงแรมริมหาด White Sand หรือหาดเจ็ดไมล์ที่มีชื่อเสียงของเนกริล อยู่ในทำเลดี อยู่ริมถนน Norman Manley Blvd แถว ๆ  น้ำใส ฟ้าสวย นึกชื่นชมเทศบาล (หรือรัฐบาล) ในใจว่าเค้าดูแลหาดได้ดีจริง ๆ ขยะนี่มีแน่ เพราะนักท่องเที่ยวเต็มไปหมด แต่เขาก็จัดการทำความสะอาดเช้า ทำความสะอาดเย็น หมาข้างถนนมีบ้าง แต่ไม่มาก เย็น ๆ ก็เช่ารถแท๊กซี่ไปกินข้าวแถว West End (ฟังแล้วนึกว่าอยู่ในลอนดอน) สองวันแรกเคนเนธ (คนขับแท๊กซี่คนแรก) คิด $20 ไปกลับ วันสุดท้ายเปลี่ยนมาใช้บริการของเดสมอนด์ ปรากฏว่าแค่ $15 เองแฮะ

IMG_0258

วณิกพกแรกเก้ริมหาด

ใกล้ ๆ โรงแรมก็มีร้านมินิมาร์ทให้ซื้อน้ำ ซื้อขนม ซื้อแพทตี้ (คล้าย ๆ กระหรี่ปั๊ปบ้านเรา) ได้สะดวก บรรยากาศรื่นรมย์ สะอาดและปลอดภัย มีคุณรปภ. ร่างใหญ่คอยเดินถือกระบอง ไม่ให้พ่อค้าแม่ค้ามาขายของยุ่งกับแขกของโรงแรมมาก แต่พอเดินบนถนน ข้ามสะพานเข้าเมือง เมืองสวรรค์สวย  ๆ ที่เราอยู่ก็หายวับกลายเป็นโลกธรรมดาไปเสียเฉย ๆ กลิ่นขยะโชยมาแต่ไกล รถราแน่นขนัด คนเต็มไปหมด

โรงแรมค่อนข้างใช้ได้ สมกับราคาที่เราจ่ายไป แต่โชคร้ายของเราคือเราเกิดไปเข้าพักช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เนกริลนี่เป็นที่รู้กันว่าเป็นย่านฮิปปี้ เน้นเฮฮาปาร์ตี้เป็นหลัก ช่วงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์  ที่โรงแรมจัดปาร์ตี้ เสียงดนตรีดังตะลุ้งตุ้งแช่ไปจนถึงเกือบตีหนึ่ง ขนาดฉันซึ่งโตมากับงานประจำปีหน้าศาลากลาง ยังแทบนอนไม่ได้ ไม่นับว่ากลิ่นกัญชา (ซึ่งคนจาไมก้าก็เรียกว่า “Ganja” เช่นกัน) ฉุนจัดโดยเฉพาะแถวชายหาด อย่างไรก็ตาม กลิ่นกัญชาก็ยังถือว่าหอม เมื่อเทียบกับกลิ่นบุหรี่ที่นักท่องเที่ยวสูบทั้งริมหาดและบริเวณโรงแรม ที่แย่ทีสุดคือ ห้องพักที่เราจองเป็นห้องบังกาโลพัดลม คืนสุดท้ายก่อนจะออกจากเนกริล เพื่อนข้างห้อง (ซึ่งเดาว่าคงนอนไม่หลับ) ออกมาสูบบุหรี่หน้าห้องตอนตีสอง กลิ่นบุหรึ่โชยเข้ามาในห้องนอนเราและค้างอยู่จนรุ่งเช้า ทำเอาปวดหัวไปหมด

แม่น้ำแปดสายที่โอโชริโอส (Ocho Rios: 24 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม)

แวะเยี่ยมชมโรงเรียน

แวะเยี่ยมชมโรงเรียน

เราเช่ารถแท๊กซี่จากโรงแรมที่เนกริลมาส่งที่โอโชริโอส (หรือที่เรียกกันติดปากว่า โอชี่ มาจากภาษาสเปน แปลว่าแม่น้ำแปดสาย) คนขับรถเป็นสาวร่างท้วมชื่อ แจกกี้ นัดกันไว้ 11 โมง กว่าจะมารับจริง ๆ ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง บอกว่ารถตู้พัง เอารถเก๋งมารับ แจกกี้พาลูกสาวมาเป็นเพื่อน แถมยังแวะรับลูกสาวอีกคนจากโรงเรียนระหว่างทาง จะพาลูกไปเที่ยวโอชี่ด้วย แล้วเฉไฉกับเราว่า อยากให้เราได้เห็นโรงเรียนจาไมก้าว่าหน้าตาเป็นอย่างไร  โรงเรียนที่ลูกแจกกี้เรียนอยู่เป็นโรงเรียนมัธยมชื่อ Rusea เด็กนักเรียนจาไมก้าแต่งชุดนักเรียนน่ารักมาก เป็นชุดคล้าย ๆ โรงเรียนเซนโยเซฟต์ประถม  เด็กจะใส่เข็มขัด และแถบที่เข็มขัดจะบอกว่าอยู่ชั้นไหน แถบเดียวก็ม. 4 สองแถบ ก็ม. 5 เป็นต้น

เรานั่งรถจากจากเนกริลมาโอชีประมาณ 4 ชั่วโมง รถติดแถวโมเบย์ (ตามเคย) พอผ่านเข้ามาถึงโอชี่แล้วรู้สึกเหมือนมาอีกประเทศหนึ่ง เพราะถนนกว้างใหญ่ สี่เลนสวนไปมา ทำให้นึกถึงเวลาออกจากด่านสะเดาสงขลา และขับรถเข้าอาณาเขตประเทศมาเลเซียอย่างนั้นเลย

IMG_20160301_103153103_HDRโรงแรมที่โอชี่เก่าหน่อย (แอบให้อารมณ์โรงแรมในหนังเรื่อง The Shining) อยู่ไกลตัวเมือง ไกลร้านอาหารอื่น ๆ ไม่มีร้านมินิมาร์ทใกล้ ๆ แต่เราสองคนประทับใจมาก ๆ เพราะหาดสวย เงียบสงบ ห้องหับใหญ่โต เห็นวิวทะเลชัดเจน ทิศตะวันออกของหาดติดกับ Nudist colony อีกต่างหาก พี่เอ็นโซมีความสุขมาก ว่ายน้ำวันละสามเวลา (แอบเสียดายที่ฝนตกไปสองวัน ทำให้คลื่นแรงไปหน่อย) และอาหารอร่อยมากถึงมากที่สุด เขาเสิร์ฟอาหารเช้าแบบจาไมกันมีให้กินหลายแบบ สลับกันแต่ละเช้า แถมโรงแรมนี้เจ้าของเป็นคนกรีก เราเลยได้กินอาหารกรีกอร่อย ๆ เกือบทุกวัน ห้องที่เราพักอยู่ชั้นบนสุด อยู่เหนือห้องครัวพอดี กลิ่นอาหารโชยเข้าห้องบ้าง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร  ไม่มีกลิ่นกัญชา ไม่มีกลิ่นบุหรี่ เพลงที่เปิดก็เป็นเพลงแรกเก้น่ารัก ๆ ของ Bob Marley เพลงแรกเก้นี่ ฟังเพลินจริง ๆ กลับมาคลีฟแลนด์แล้ว พี่เอ็นโซก็งัดเอาซีดีเก่า ๆ ของบ๊อบ มาร์เลย์ ออกมาเปิดฟัง ฟังแล้วจะรู้ว่าเขาร้องซ้ำไปซ้ำมา เนื้อหาไม่ค่อยมีอะไรมากเท่าไร

ช่วงที่พักที่โอชี่ เป็นช่วงวันเลือกตั้งพอดี (25 กุมภาพันธ์) เย็นนั้นตั้งใจว่าจะออกไปกินข้าวเย็นนอกโรงแรม พนักงานบอกห้ามไว้ว่าอย่าออกไปเลย เผื่อมีเหตุการณ์ตึงเครียดระหว่างสองพรรคการเมือง พรรครัฐบาล คือ พรรค People’s National party (PNP) กำลังขับเคี่ยวกับพรรคฝ่ายค้านอย่าง Jamaica Labour Party (JLP) คุยกับคนที่เนกริล เขาบอกว่าเขาเชียร์พรรค JLP คนโอชี่บอกว่าเชียร์พรรค PNP  สุดท้ายพรรคแรงงาน JLP ชนะไปอย่างฉิวเฉียด แค่ที่นั่งเดียว

เข้าไปเดินเที่ยวเมืองโอชี่หนึ่งครั้ง ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่พัทยา เพราะมีห้างขายของที่ระลึกเต็มไปหมด (และราคาแพงมาก) ที่โอชี่ มีท่าเรือสำหรับเรือเดินสมุทร (Cruise Ship) ลำใหญ่มาจอดเทียบท่า ให้นักท่องเที่ยวเดินเที่ยว นั่งริมหาดที่โรงแรม ก็จะเห็นเรือลำโต ๆ แล่นมาเทียบท่าตอนเช้า และแล่นจากไปในตอนเย็น

ทั้งที่เนกริลและโอชี่ มีที่พักแบบ All Inclusive Resort สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการความยุ่งยากได้เลือกพัก ที่พักแบบนี่ราคาค่อนข้างสูง (ตกคืนละ $350-$500 หรืออาจจะสูงกว่านั้น ในขณะที่ที่เราเลือกพักจะตกอยู่ประมาณ $80-$90) เพราะรวมอาหารสามมื้อและสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ครบถ้วน พี่เอ็นโซและฉันได้มีโอกาสเข้าไปเดินชมรีสอร์ทประเภทนี้อยู่วันหนึ่ง และก็นึกดีใจที่เราไม่มีตังค์มากพอที่จะมาพักที่นี่ ชีวิตในนั้นน่าเบื่อมาก เต็มไปด้วยคนอเมริกัน อาหารก็เป็นอาหารแบบอเมริกัน เหมือนไม่ได้เหยียบเท้าออกนอกประเทศอเมริกาเลย น่าเสียดายเวลาเป็นที่สุด

ปิดท้ายเล่าเรื่องตอนบินกลับบ้าน มีเรื่องตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะสนามบินคลีฟแลนด์ลมแรง มีหิมะตกปรอย ๆ กัปตันพยายามจะนำเครื่องลงตอนเที่ยงคืน ปรากฏว่าครั้งแรกลมแรงเกินไป นำเครื่องลงไม่ได้ ต้องกลับขึ้นไปบินวนรอให้ลมเบากำลังลง สุดท้ายก็นำเครื่องแตะลงพื้นดินได้อย่างสวัสดิภาพ คนปรบมือกันเกรียว พี่เอ็นโซหลับสนิทไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ที่พัก

Travellers Beach Resort
*** เจอฝรั่งอเมริกันเข้ามาทักว่าเป็นคนไทยหรือเปล่า เพราะเขาได้ยินเราพูดไทยตอนเฟซไทม์กับพ่อและแม่ ปรากฏว่าเขาและสามีเคยมาเป็นอาสาสมัครที่พนัสนิคมเมื่อนานมาแล้ว
Norman Manley Blvd, Negril JMDWD14, Jamaica, W.I.
(718) 514-6031

Kaz Kreol Beach Lodge
Old Road, Ocho Rios, Jamaica, W.I.

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: