เรียนภาษามือ

et[๒๔ กันยายน ๒๕๕๙] สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันมีโอกาสได้เข้าเรียนภาษามือแบบอเมริกันที่ห้องสมุดสาขาโคเวนทรี ไม่ไกลจากบ้านเท่าไร ขับรถไปสิบนาทีก็ถึง

คลาสที่เรียนเป็นคลาสสอนภาษามือเบื้องต้นสำหรับคนที่ไม่เคยเรียนมาก่อน ผู้สอนเป็นอาจารย์มาจาก Cleveland Hearing and Speech Center มีสองคน อาจารย์คนหนึ่งเป็นคนพูดได้ปกติและอีกคนหนึ่งเป็นคนใบ้ สอนทุกวันเสาร์ ครั้งละหนึ่งชั่วโมง เรียนฟรี เพราะเป็นคลาสที่ได้รับการอุดหนุนจากเงินทุนของห้องสมุด (ซึ่งคงได้มาจากภาษีของรัฐบาลอีกทีหนึ่ง) เป็นคลาสเล็ก ๆ มีคนเรียนประมาณ 15 คน มีทั้งคนที่รู้ภาษามือมาบ้างแล้ว และคนที่ไม่รู้เรื่องเลย

ฉันสนใจจะเรียนภาษามือมาตั้งแต่หลายปีมาแล้ว สมัยที่รู้จักกับนีลและจูดี้ แต่ช่วงนั้นไม่ว่างเลยไม่มีโอกาสได้ไปเรียน และที่ห้องสมุดก็งดเปิดคลาสนี้มาหลายปี เพิ่งมาเปิดสอนอีกทีปีนี้นี่เอง นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้จากวงการล่ามว่า ในอเมริกา นอกจากล่ามภาษาสเปนที่เป็นที่ต้องการอย่างมากแล้ว ล่ามภาษามือ (ASL – American Sign Language) ก็เป็นอีกภาษาที่มีความต้องการสูงมากในตลาดล่าม (แถมยังมีรายได้ดีกว่าล่ามภาษาสเปนเสียอีก)

อย่างไรก็ดี ที่เรียนไป ก็ไม่ได้คิดว่าจะเอาไปประกอบวิชาชีพใด ๆ  เรียนเพราะความสนใจส่วนตัว และก็ไม่ผิดหวัง เพราะเป็นคลาสที่สนุกมาก ได้เรียนรู้ว่าภาษามือก็มีโครงสร้างของตัวเองไม่เหมือนใคร ภาษามือของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ของไทยก็อย่างหนึ่ง ของอเมริกันก็อย่างหนึ่ง (ซึ่งของอเมริกันจะคล้าย ๆ กับของฝรั่งเศส) ใช้มือซ้ายหรือขวาได้ ไม่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราถนัดมื่อไหน แต่ตำแหน่งของร่างกาย ของมือ (หันเข้า หันออกจากตัว หันข้าง) สำคัญมาก ตำแหน่งต่างกัน ก็ให้ความหมายต่างกัน เวลาพูดถึงมนุษย์เพศชาย (พ่อ ตา ลุง ลูกชาย หลานชาย ฯลฯ) จะใช้มือลักษณะต่าง ๆ ชี้ทำตำแหน่งบนใบหน้าท่อนบนเหนือจมูกขึ้นไป ในขณะที่ถ้าพูดถึงมนุษย์เพศหญิง (แม่ ยาย ป้า ลูกสาว หลานสาว ฯลฯ) มือจะชี้ไปที่ตำแหน่งบนใบหน้าท่อนล่างของจมูกลงมา หรือการที่ยืนมือไปข้างหน้า จะหมายถึงเวลาในอนาคต ในขณะที่ยืนไปด้านหลังจะหมายถึงอดีต การเรียกชื่อเมืองโดยใช้ร่างกายของเราเปรียบเสมือเป็นแผนที่ และอื่น ๆ อีกมากมาย ท่อนแขนเปรียบเสมือนเส้นขอบฟ้า จะเช้าจะเย็นก็ใช้มืออีกข้างหนึ่งทำสัญลักษณ์แทนพระอาทิตย์ สิ่งสำคัญในการใช้ภาษามือคือ สีหน้าของผู้สื่อสาร ซึ่งถ้าเปรียบเป็นการพูดจาของคนทั่วไป สีหน้าก็คือน้ำเสียงของเรานี่เอง อาจารย์สอนว่า พูดภาษามือก็เหมือนกับการแสดง ถ้าเราไม่แสดงออกทางสีหน้าประกอบการทำมือ คนรับสารจะไม่เข้าใจว่าเราต้องการสื่อความหมายใด

ได้เรียนรู้ภาษามือแล้ว ฉันรู้สึกว่าภาษานี้เป็นภาษาที่กำกวมอ่ย่างล้นเหลือ สัญลักษณ์มือแบบเดียวกัน แปลได้หลายอย่าง ต้องใช้ปริบทตัดสินว่าความหมายจริง ๆ คืออะไร

เรียนภาษามือเสร็จแล้ว กลับบ้านก็มาแลกเปลี่ยนความรู้ให้พี่เอ็นโซฟัง ต่อไปเราจะได้ใช้ภาษามือเป็นภาษาลับสื่อสารกันเอง เวลาที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ ภาษาไหน ๆ  ก็เหมือนกัน ถ้าไม่ได้ใช้ก็ลืมเสียหมด

ก่อนปิดท้าย ขอแสดงความชื่นชมห้องสมุดของเมืองนี้ที่เป็นที่พึ่งได้หลาย ๆ ด้าน นอกจากจะมีหนังสือ ดีวีดีภาพยนตร์ เพลงให้ยืมทั้งจากห้องสมุดและทางออนไลน์แล้ว ยังมีคอร์สฝึกอบรมดี ๆ (และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย)  หรือจะใช้เป็นที่นั่งประชุมโดยมีห้องส่วนตัวให้ มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ สามารถพิมพ์งาน ถ่ายเอกสารหรือส่งแฟกซ์ได้ เวลาหนาวมาก ๆ ก็เข้าไปหาไออุ่น ข้อสำคัญคือมีกระจายอยู่หลาย ๆ แห่ง ไม่ต้องไปกระจุกใช้อยู่แห่งเดียว มีที่จอดรถกว้างขวาง ฉันชอบมาก อยากให้เมืองไทยมีห้องสมุดเยอะ ๆ บ้าง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: