เหล้ายาปลาปิ้ง

[ประมาณปลายเดือนพฤศจิกยน ๒๕๖๐] มีเหตุให้ต้องไปซุปเปอร์มาร์เก็ตแต่ไก่โห่ (แปดโมงเช้า) เพราะพยากรณ์อากาศบอกว่าหิมะจะตกตอนบ่าย แถมเป็นช่วงเทศกาล ถ้าไปสาย ๆ คนคงเยอะน่าดู

ในรายการสั่งซื้อของเข้าบ้าน มีไวน์แดงรวมอยู่ด้วย ฉันเลือกซื้อผัก ผลไม้และของอื่น ๆ เสร็จแล้ว เดินไปหยิบไวน์แดงยี่ห้อประจำมาใส่ตะกร้า แล้วก็เดินไปจ่ายเงินน้องแคชเชียร์ (ซึ่งเข้าใจว่าน่าจะเป็นเด็กมหาวิทยาลัย) หยิบไวน์ไปดู แล้วทำหน้าไม่แน่ใจ ฉันนึกในใจว่า สงสัยคงโดนขอตรวจไอดีอีกชัวร์ คนที่นี่จะเดาอายุผู้หญิงเอเชียไม่ค่อยออก

ปรากฏว่าน้องหันมาบอกว่า ยังซื้อไวน์ไม่ได้นะครับ ต้องรอให้เลยเวลา 11 โมงไปก่อน ถึงจะซื้อได้

กลับถึงบ้าน เลยได้โอกาสค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายเครื่องดื่มมึนเมาของรัฐ พบว่ามีกฏมากมายที่เราไม่รู้ (ซึ่งก็คงไม่เป็นอะไร เพราะเป็นคนไม่กินเหล้า) และแตกต่างกับเมืองไทยมากมายเหลือเกิน เช่น ในโอไฮโอนี้ ห้ามไม่ให้ผับหรือบาร์ขายหลังเวลาตีสองครึ่ง ห้ามไม่ให้เปิดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดื่ม หรือถือขวดที่เปิดแล้วไปมาในที่สาธารณะ เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องราวที่เคยได้ยินมา (แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นกฏหมาย หรือเป็นธรรมเนียมปฏิับัติ) เช่น เวลาไปซื้อไวน์ ออกจากร้านก็ต้องห่อใส่ถุงอย่างดี จะถือขวดไวน์ทะเล่อทะล่าเดินมาขึ้นรถ (หวังว่าจะช่วยลดโลกร้อน โดยการประหยัดถุง) ไม่ได้ เวลาไปซื้อเหล้าที่ร้านขายเหล้าโดยเฉพาะ ต้องใช้เงินสด หรือบัตรเอทีเอ็มซื้อเท่านั้น ร้านไม่รับบัตรเครดิต

พี่เอ็นโซเคยเล่าด้วยว่า รายการเหล้าที่ได้รับอนุญาตให้ขายในรัฐจะมีการปรับปรุงและปรับเปลี่ยนโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ ๆ ไม่ใช่ว่านึกจะเอาเหล้ายี่ห้อนี้หรือแบบนี้เข้ามาขาย แล้วขายได้เลย ต้องเป็นเหล้าที่อยู่ในรายการเท่านั้น

เขียนเรื่องนี้แล้วชวนให้นึกถึงสมัย Prohibition (ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึง ปี 1933) ของอเมริกา ที่มีการ “หักดิบ” ห้ามผลิต ขนย้าย นำเข้าและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ เริ่มด้วยกระแสด้านศาสนา และสิ้นสุดลงด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจในยุค Great Depression  ประวัติศาสตร์ในช่วงนั้นน่าสนใจมาก เพราะมีอิทธิพลต่อสังคมต่าง ๆ นานา ผลักดันสิทธิสตรี ทำให้ผู้หญิงได้มีสิทธิ์ได้ลงคะแนนเลือกตั้ง ทำให้เกิดความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของศิลปวัฒนธรรมในยุคสมัยแจ๊ส (Jazz Age – พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่คลีฟแลนด์กำลังจัดแสดงนิทรรศการเรื่องนี้อยู่) มีทั้งด้านสว่างและด้านมืด (เช่น อัล คาโปน) และมีศัพท์ที่น่าสนใจหลายคำ เช่น Speakeasy Moonshine หรือ Bootleggers เป็นต้น

Mark Twain เขียนไว้ในนิยายเล่มหนึ่งของเขาว่า  “Nothing so needs reforming as other people’s habits. Fanatics will never learn that, though it be written in letters of gold across the sky. It is the prohibition that makes anything precious”

เริ่มเรื่องด้วยการซื้อไวน์ในคลีฟแลนด์ แต่มาจบด้วยยุค Prohibition ได้ยังไงก็ไม่แน่ใจ สงสัยผู้เขียนคงเร่ิ่มเมา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: