ประสบการณ์ปลายรุ้งที่เซนต์ลูเชีย

วิวจากยอดเขาใน Pigeon Island

วิวจากยอดเขาใน Pigeon Island

[กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑] เรามีโอกาสได้ไปเที่ยวทะเลแถบแคริเบียนมาหลายครั้ง ทุกครั้งที่นั่งลงจัดกระเป๋าเตรียมออกเดินทางในเดือนมกราคม ก็จะมีความรู้สึกตื่นเต้นแบบขำ ๆ เสมอ เพราะในขณะที่เราคุ้ยเสื้อยืด กางเกงขาสั้น โสร่ง ชุดว่ายน้ำ รองเท้าแตะออกมาจากกล่อง นอกหน้าต่าง อากาศกำลังหนาวเหน็บ อุณหภูมิติดลบ พื้นเป็นน้ำแข็งหรือไม่ก็มีหิมะตกโปรยปราย  และก็ด้วยความแตกต่างของอากาศเช่นนี้นี่เอง จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ (เกือบจะ) ทิ้งเสื้อโค้ทไว้ที่เกาะ ลืมหยิบกลับมาคลีฟแลนด์ด้วย โชคดีที่ยังขับรถออกมาไม่ไกล ยังพอขับกลับไปเอามาได้อยู่

จุดหมายประจำปีนี้อยู่ที่เกาะเซนต์ลูเชีย เป็นเกาะเล็ก ๆ ใหญ่กว่าเกาะภูเก็ตเล็กน้อย ทิศตะวันออกติดมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศตะวันตกติดทะเลแคริเบียน มียอดเขา The Pitons สองยอด (Gros Piton และ Petit Piton – ที่มองเผิน ๆ ชวนให้นึกถึงเขาอกทะลุ) เป็นสัญลักษณ์ (และยี่ห้อเบียร์) ของประเทศ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ปนกับภาษา Creole สกุลเงินของเซนต์ลูเชียเป็น East Caribbean Dollar ซึ่งคนทั่วไปเรียกกันติดปากว่า อีซี่  (1 ECD= ประมาณ 35 เซนต์) อย่างไรก็ดี ชาวเซนต์ลูเชียนก็คล้าย ๆ กับประเทศในกลุ่มแคริเบียนประเทศอื่น ๆ คือ ยินดีที่จะรับเงินดอลลาร์ในการชำระค่าสินค้า โดยคิดอัตราแลกเปลี่ยนแบบหลวม ๆ (ที่ทำให้เราขาดทุน) เช่น 20 เหรียญสหรัฐ เท่ากับ 50 อีซี่ เป็นต้น ช่วงแรกที่ไปถึง เรามีปัญหากับการเบิกเงินจากเอทีเอ็มเล็กน้อย จนท้ายสุดถึงได้ค้นพบว่า ต้องไปที่ธนาคารแห่งสก๊อตแลนด์เท่านั้นจึงจะใช้เอทีเอ็มของเราเบิกเงินได้

วิวจากห้องที่เราพัก จะเห็นเรื่อเดินสมุทรเข้าออกเป็นประจำทุกวัน

วิวจากห้องที่เราพัก จะเห็นเรื่อเดินสมุทรเข้าออกเป็นประจำทุกวัน

เราจองที่พักผ่าน AirBnb หลังจากที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในทริปที่แล้ว ที่พักของเราคราวนี้เป็น Penthouse Apartment Amazing Views ตั้งอยู่ในแคสตรี่ (Castries)  ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเกาะ จากสนามบิน ขับรถขึ้นเขา ผ่านป่าดงดิบ ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง บ้านสะอาดสะอ้าน ลมทะเลพัดตึง ๆ ไม่ต้องเปิดแอร์แม้แต่น้อย ในบ้านมี 1 ห้องนอน (พร้อมมุ้ง! ซึ่งคุณสามีตื่นเต้นมาก) ห้องน้ำ ห้องครัวพร้อมอุปกรณ์ทำอาหาร จากระเบียงบ้านมองออกมาจะเห็นท่าสำหรับเรือเดินสมุทรเข้ามาเทีียบท่า ใกล้ ๆ กันเป็นสนามบินสำหรับเครื่องบินเล็ก ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งหลังฝนตก เราจะเห็นรุ้งกินน้ำ 5-6 ตัวปรากฏอยู่รอบ ๆ บ้าน ตื่นตาตื่นใจเป็นยิ่งนัก

ชาวลูเชียนอัธยาศัยดีมากถึงมากที่สุด ทุกคนเป็นมิตรและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี จนบางครั้งฉันรู้สึกผิดที่ไประแวงใคร ๆ มากเกินไป แต่อย่างไรก็ดี ก็มีคนประเภทที่เข้ามาชวนคุยและพยายามจะขอให้ซื้อของบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของเมืองท่องเที่ยวทั่วไป

อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ คนในเกาะนี้ค่อนข้างระมัดระวังกับการใช้ไฟมาก ขนาดที่ว่าปลั๊กทุกปลั๊กจะมีสวิชต์เปิดปิด เมื่อเราไม่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องนั้นแล้ว ก็ขอให้กดปุ่มปิดไฟที่ปลั๊กเสีย หรือเวลาจะออกจากบ้าน ก็จงปิดเราท์เตอร์เสีย เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้วายฟาย

***สถานที่ท่องเที่ยว***

เกาะ Rat ที่ Choc Beach

เกาะ Rat ที่ Choc Beach

เซนต์ลูเชียมีหาดทรายให้เที่ยวชมและว่ายน้ำได้ทางฝั่งตะวันตกของเกาะ ไกด์ (=พี่เอ็นโซ) อธิบายว่าทางฝั่งตะวันออกของเกาะ ลมแรงมาก ไม่สามารถเล่นน้ำได้ กิจวัตรประจำวันคือ ตื่นเช้าปุ๊ป ก็เดินไปหาด La Toc ซึ่งต้องลงเนินผ่านโรงแรม Sandal Beach ไปประมาณ 15 นาที ให้(ไกด์) ว่ายน้ำเสร็จหนึ่งรอบใหญ่ ๆ  จากนั้นก็เดินขึ้นเขากลับบ้าน กินข้าวเช้า และเตรียมตัวสำรวจบริเวณต่าง ๆ ของเกาะในแต่ละวัน (ขอสารภาพว่าหาดทรายเมืองไทยสวยกว่ามาก) ไม่ว่าจะเป็น

  • หาด Choc ทะเลสวย มีเกาะชื่อเกาะ Rat ที่พี่เอ็นโซพายเรือไปนอนพักเป็นครึี่งวัน
  • หาด Donkey ที่แสนจะลึกลับ ต้องเดินผ่านเหมืองหิน (Quarry) และไต่เนินเขาขึ้นไป หาดสวยแต่กลิ่นหอยกลิ่นปลาแรงเกือบเท่า ๆ เก้าเส้ง
  • หาด Reduit ทรายขาว น้ำใส่ แต่เสียงดัง เย็น ๆ ชาวบ้านจะมาจอดรถก่อไฟเอาไก่ไปปิ้งกัน ร้องรำทำเพลงสุดสวิงเฮฮาปาร์ตี้
  • หาด Vigie ใกล้ ๆ สนามบินเล็ก หาดนี้สวย สกปรกเล็กน้อย อาจจะต้องระวังหน่อย มีบางส่วนของหาดที่ไม่แนะนำให้เดินไป
  • อ่าว Marigot เป็นอ่าวสำหรับเรือยอร์ชมาจอดเทียบท่าเช่นกัน มีร้านอาหารเก๋ ๆ และสามารถนั่งเรือออกไปชมอ่าวได้
  • อุทยานแห่งชาติ Pigeon Island ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเกาะจริงจังเท่าไร ไม่ต้องนั่งเรือไป สามารถขับรถเข้าไปได้ หาดสวย แต่เสียงเพลงดังจากโรงแรมข้างเคียงทำลายบรรยากาศสุด ๆ สามารถเดินขึ้นเนินไปชมวิวสวย ๆ ได้ มีโบราณสถานให้ชม เช่น ห้องครัวของทหารสมัยโบราณ ***ห้องน้ำสะอาดมาก ๆ สะอาดถึงขนาดเข้าไปนอนได้ ***
  • หาด Cas en Bas ซึ่งเป็นหาดสวยแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ต้องขับรถผ่านถนนออฟโรดเข้าไปหลายกิโลเมตร หาดนี้ลมแรง มีสาหร่ายมากมาย เหมาะสำหรับเล่น Kite surfing
  • อ่าว Rodney ซึ่งเป็นอ่าวสำหรับจอดเรือยอร์ช หรูหรา มีร้านอาหารน่ารัก ๆ รวมถึงร้านอาหารไทยด้วย

สำหรับวันที่ฝนตก เราปรับโปรแกรมเป็นการเดิมชมซากโบราณสถานแทน เซนต์ลูเชียเคยตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสและอังกฤษมาก่อน และเพิ่งได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 1979 หรือเมื่อสี่สิบปีที่แล้วนี่เอง อย่างไรก็ดีจะเห็นได้ว่า ชื่อสถานที่ต่าง ๆ ยังมีชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศสมากมาย ใกล้บริเวณที่เราพัก มีป้อมโบราณของอังกฤษตั้งอยู่ เดินชมแล้วก็อดนึกถึงทหารสมัยโบราณที่ต้องจากบ้านจากเมืองมาประจำอยู่ที่เกาะนี้ คงเหงาน่าดูเหมือนกัน

เรามีโอกาสได้เข้าเมืองไปเที่ยวตลาดสดกลางเมืองแต่เช้ามืด ปกติทุกเช้าจะมีตลาดสด แต่ถ้าจะต้องการชมตลาดเต็มสเกลต้องไปเช้าวันเสาร์ ซึ่งสะดวกกับผู้มาเยือนเป็นอย่างยิ่ง เพราะมีที่จอดรถว่างมากมาย (ในขณะที่วันธรรมดา จะไม่มีที่จอดรถเลย) ตลาดที่นี่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชผักผลไม้ กล้วย กล้าย ชมพู่มะเหมี่ยว มะพร้าว อ้อย สาเก ฯลฯ แอบเสียดายว่าหาฝรั่งสดกินไม่ได้ ได้กินแต่แยมฝรั่งแทน ซื้อส้มมากิน ปอกออกดูปรากฏว่าเป็นส้มแบบส้มเช้ง แต่เปรี้ยวมาก ๆ สุดท้ายก็ค้นพบว่าคนที่นี่เค้าไม่กินเนื้อส้มกัน เขาเอาไปคั้นกินแต่น้ำ ใกล้ ๆ ตลาดสด มีตลาดขายของที่ระลึก เช่นกำไล สร้อย กระเป๋าทำจากมะพร้าว ตะกร้าหวาย ฝีมือปกติ ไม่ละเอียดเหมือนของบ้านเรา แอบสังเกตว่าของที่ชาวบ้านนิยมทำมาขายนักท่องเที่ยวคือ ลูกมะพร้าวแห้ง นำมาตกแต่งเป็นที่ให้อาหารนก และหมวกสานจากใบมะพร้าว

วันสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องกลับ พี่เอ็นโซขับรถผ่านเขาพับผ้าไปเกือบสองชั่วโมง เพื่อมาแวะที่เมืองซูแฟร์ (Soufriere) ก่อนจะไปสนามบิน เมืองนี้เป็นที่ตั้งของเขาพิตัน สัญลักษณ์ประจำประเทศ เมืองน่ารักมีสีสันสวยงาม สามารถนั่งเรือออกไปชมอ่าว หรือเดินป่าก็ได้

***อาหาร***
จนบัดนี้ ฉันก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่า ทำไมเกาะแถว ๆ นี้ ถึงไม่ค่อยมีอาหารทะเลอร่อย ๆ ให้กิน คนเซนต์ลูเชียกินปลามาก แต่ไม่นิยมมากเท่าไก่ อาหารพื้นเมืองจะขายเป็น Meal คือ มีเนื้อ มีข้าว มีถั่ว มีเครื่องเคียง เช่น กล้าย และเผือกมันต่าง ๆ เป็นต้น เห็นได้ชัดว่าคนแถวนี้กินอาหารจำพวกหัวเผือกหัวมันเยอะมาก วิธีการปรุงก็คือเอาไปต้ม และนำมากินเป็นเครื่องเคียง อาหารที่นี่ราคาไม่แพง ประมาณ 15 ECD นอกจากนี้ก็มีซุปต่าง ๆ เช่น ซุปส้นตีนวัว มีสตูว์ (bouillon) หางหมู สตูว์คอแกะ และที่น่าประหลาดใจคือ (1) นอกจากข้าวแล้ว คนกินโรตี (Roti) กันแพร่หลาย (ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่เห็นจะมีคนอินเดียสักเท่าไร) โดยนำแป้งโรตีมาห่อแกงนานาชนิด เสิร์ฟพร้อมสลัด (2) อาหารจีนค่อนข้างได้รับความนิยม ถ้าไม่กินข้าว ก็จะเห็นคนกินเส้นหมี่เหลืองหรือที่เรียกกันติดปากว่าโลวเมียน (Lo mein) แทน

อาหารว่างอีกชนิดที่พบเจอได้บ่อย คือกระหรี่ปั๊ปทอด ไม่แน่ใจว่าที่นี่เรียกว่าอะไร แต่มีลักษณะคล้าย ๆ แพตตี้ที่เคยกินที่จาไมก้า อันละ 1 ECD มีไส้หลายแบบ ที่ได้ลองคือไส้ปลาเค็มหรือที่เรียกกันว่า แอคครา (Accra)

 

IMG_20180105_113716447_HDR

Massy Supermarket

การท่องเที่ยวคราวนี้ทีี่เป็นไปอย่างสนุกสนานได้ต้องขอบคุณพี่เอ็นโซที่อดทนขับรถพวงมาลัยขวาและแสนจะหนักเพราะไม่เป็นพวงมาลัยแบบพาวเวอร์ ขับขึ้นเขาลงห้วยไปตามโค้งพันโค้งอย่างไม่ปริปากบ่น แถมยังเจอโค้งหักศอก (แบบเดียวกับทางขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งคนที่นี่เรียกว่า “Hairpin”) หลายครั้งทีเดียว โชคดีที่เราค้นพบว่า เราสามารถใช้ Google Maps ได้ โดยที่ไม่ต้องใช้ Data Plan จึงทำให้การเดินทางเป็นไปค่อนข้างราบรื่น (ไม่หลงทางมากเท่าไร) แต่ก็มีบางครั้งที่กูเกิ้ลใจร้ายบอกทางอ้อมให้เราบ้าง แต่ทุกอย่างก็ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที “ไกด์”อธิบายว่า ด้วยความที่ถนนในเซนต์ลูเชียค่อนข้างเล็กและซับซ้อน และอาจจะมีถนนตัดใหม่ทับบนถนนตัดเก่า ทำให้ระบบดาวเทีียมจีพีเอสเกิดอาการสับสนบ้าง เห็นชัด ๆ ว่าเป็นเส้นตรง แต่เสียงบอกทางก็ยังบอกว่า ให้เลี้ยวซ้าย เป็นต้น ประเทศนี้แทบไม่มีรถมอเตอร์ไซต์เลย ถ้าจะมีก็จะเป็นมอเตอร์ไซต์แบบบิ๊กไบค์ คนลูเชียนส่วนใหญ่ใช้รถแท๊กซี่ (ซึ่งก็คือรถตู้) ในการเดินทางไปมา อย่างไรก็ตามตอนที่ไปถึงใหม่ ๆ เราออกจะงงงวยกับความถี่ของเสียงแตรในประเทศนี้ ท้ายที่สุดจึงได้เข้าใจว่า ประเทศนี้เป็นประเทศเล็ก คนรู้จักกันหมด เขาบีบแตรเพื่อเป็นการทักทายกันเท่านั้นเอง

ต้นพยัคฆ์หมอกที่พบได้ทั่วไป

ต้นพยัคฆ์หมอกที่พบได้ทั่วไป

การได้กลับมาอยู่ในบริเวณใกล้ ๆ เส้นศูนย์สูตร ทำให้ฉันเกิดอาการโหยหาบรรยากาศแบบไทย ๆ ดีใจที่ได้เห็นหมาข้างถนน ได้ยินเสียงไก่ขันตอนเช้า ๆ ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเวลา 6 โมงเช้า และตกเวลา 6 โมงครึ่งใกล้ ๆ ทุ่ม (ในขณะที่คลีฟแลนด์ช่วงหน้าหนาว กว่าพระอาทิตย์จะปรากฎกาย ก็ปาเข้าไปเกือบ 7 โมงครึ่ง ห้าโมงเย็นนิด ๆ ก็เริ่มมืดแล้ว)

เดินทางขาไปเรียบร้อยดี มีการพูดคุยเรื่องขอย้ายที่นั่งกับผู้โดยสารที่นั่งใกล้ ๆ บ้าง ขากลับเหนื่อยหน่อย เพราะแถวตรวจเอกสารคนเข้าเมืองยาวเหลือเกิน สุดท้ายเอากระเป๋าไปเช็คอินขุึ้นเครื่องมาคลีฟแลนด์ไม่ทัน ได้นอนไมอามีต่ออีกคืน เพื่อจะกลับมาเจอพายุหิมะลูกโตที่จู่โจมคลีฟแลนด์จนขาวโพลนในบ่ายวันถัดไป ตอนเครื่องจะลง ฉันนั่งสวดบทพระพุทธคุณที่แม่ให้ไว้อยู่หลายรอบ ต้องขอแสดงความชื่นชมกัปตันสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ที่เก่งมาก ๆ สุดท้ายก็กลับถึงบ้านได้โดยสวัสดิภาพ

=====

ที่พัก

Penthouse Apartment Amazing Views
Castries, St. Lucia

อาหารการกิน

Julietta’s
Top of the hill leading down to Marigot Bay, Marigot Bay, St. Lucia
+1 758-458-3224

La Petit Peak
Maurice Mason St., Soufriere, St. Lucia
+1 758-459-7838

ร้านขายของชำ

Massy Stores
สาขาโปรดของเราอยู่ที่ใกล้  Vigie Beach
Vide Bouteille Rd, La Clery, St Lucia
+1 758-457-2080
http://www.massystoresslu.com/

วีซ่า

คนอเมริกาเดินทางเข้าเซนต์ลูเชียได้เลย ไม่ต้องขอวีซ่า แต่คนไทยอย่างฉันต้องใช้วีซา วิธีขอวีซ่าก็ง่ายดายสะดวกรวดเร็ว เพียงแต่ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ พร้อมค่าธรรมเนียมไปเท่านั้นเอง มีข้อสงสัยประการใด เขียนอีเมลถึงเจ้าหน้าที่ที่สถานกงสุลได้สบายมาก ตอบกลับรวดเร็วราวกับกามนิตหนุ่ม ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://saintluciaconsulateny.org/visas/

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: