Posts Tagged ‘cleveland heights’

ของกินบนถนนลี

[๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐]  หลายปีที่แล้วครั้งที่ฉันย้ายมาอยู่คลีฟแลนด์ใหม่ ๆ ถ้าจะออกไปกินอาหารนอกบ้าน ส่วนใหญ่จะไปหาของกินที่ถนนโคเวนทรี เพราะมีร้านอาหารหลายร้าน ทั้งร้านไทย ร้านเกาหลี ร้านญี่ปุ่น/มาเลย์ และร้านอาหารอเมริกันร้านโปรดอย่างร้าน Tommy’s

อย่างไรก็ดี ปีสองปีที่ผ่านมา เริ่มมีร้านอาหารแปลก ๆ (และดี ๆ) มาเปิดบนถนนลีซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้าน ขับรถไป 5 นาทีก็ถึง ของดีของถนนลีคือ มีโรงภาพยนต์ฉายหนังอินดี้แนว RCA พระรามเก้า สมัยก่อนนี่ถนนลีเป็นถนนได้ชื่อว่าไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไร พัฒนาได้ขนาดนี้ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณรัฐบาลเมืองคลีฟแลนด์ไฮท์ที่ปรับปรุงถนนหนทางให้ดูน่าเดินน่าเที่ยวมากขึ้น มีการลาดยางถนนใหม่ เปลี่ยนป้ายบอกชื่อถนน ปรับปรุงเสาไฟฟ้าทำให้ถนนดูสว่างขึ้น

ร้านบนถนนลีที่พี่เอ็นโซมักจะพาฉันไปกินคือ “อนาโตเลีย(2270 Lee Rd, Cleveland Heights, OH 44118 Phone: (216) 321-4400) เป็นร้านอาหารเตอร์กิช อร่อยมาก โดยเฉพาะของหวาน ร้านนี้เป็นร้านใหญ่และมีชื่อเสียงประจำเมือง มีอาหารให้เลือกรับประทานมากมาย ไปกินมาหลายรอบแล้วก็ยังกินได้ไม่ครบทุกอย่างบนเมนู ทุกครั้งที่ไปกินก็จะอดเสียดายไม่ได้ว่า ตอนที่ไปเที่ยวตุรกีกับทัวร์ ไม่ได้กินของอร่อย ๆ อย่างนี้เลย

เมื่อสองปีที่แล้ว มีร้านอาหารโมรอกโคชื่อ “โมโม เคบับ” มาเปิด (2199 Lee Rd, Cleveland Heights, OH 44118 Phone: (216) 932-3512) เป็นร้านเล็ก ๆ คูหาเดียว เมนูมีแค่หน้าเดียว ไม่มีอาหารให้เลือกมากมายเหมือน อนาโตเลีย แต่อร่อยและเน้นคุณภาพ ทุกครั้งที่ไป พ่อครัว/เจ้าของร้าน จะออกมาต้อนรับพูดคุยเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด ร้านนี้อบขนมปังเอง เข้าใจว่าเป็นขนมปังเฉพาะแบบของโมรอกโค เพราะไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน อร่อยและไม่หวาน (ไม่เหมือนร้านอาหารทั่ว ๆ ไปในอเมริกา ที่ขนมปังหวานจนบางทีเกือบจะเป็นกลายเป็นเค้ก) ส่วนใหญ่ฉันจะสั่งแกะย่าง ที่เสิร์ฟพร้อมข้าวและผัก ส่วนพี่เอ็นโซจะสั่ง Tagine คล้าย ๆ กับสตูว์ อบในภาชนะที่ทำจากดินที่เรียกว่า Tagine เช่นกัน เจ้าของร้านอธิบายว่า Tagine นี่ใช้เวลาปรุงนานมาก ต้องทำล่วงหน้ากันเป็นวัน ๆ  อย่างเดียวที่ยังไม่เคยกินคือ คูสคูส ซึ่งเป็นอาหารพิเศษประจำคืนวันศุกร์ พูดกันหลายครั้งว่าต้องกลับไปกิน ก็ยังไม่มีโอกาสเสียที

ล่าสุดได้มีโอกาสไปกินอาหารเอธิโอเปียบนถนนลี ร้านชื่อ โซมา (2240 Lee Rd, Cleveland, OH 44118 Phone: (216) 465-3239) ก่อนไปก็แอบสงสัย (ด้วยนิสัยไม่ดี) ว่า เขามีอะไรกินกันด้วยหรือ ประเทศแถวนั้นไม่น่าจะอุดมสมบูรณ์เท่าไร ปรากฏว่าดีมาก เหมาะสำหรับคนรักษาสุขภาพ เป็นอาหารที่เน้นถั่วและแป้ง หรือถ้าจะเลือกกินเนื้อ ก็มีสตูว์ทั้งเนื้อวัว เนื้อไก่ (ที่เสิร์ฟพร้อมไข่ต้ม) และ แกะ วิธีการเสิร์ฟก็ตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด คือ เสิร์ฟอาหารด้วยจานใบเบ้อเริ่ม ปูด้วยแผ่นแป้งที่เรียกว่า Injera ซึ่งเป็นขนมปังพื้นเมืองของเอธิโอเปีย ทำมาจากเมล็ด Teff (ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกในเอธิโอเปีย) แผ่น Injera มีสีเทาเข้ม หน้าตาคล้าย ๆ เครปบวกแพนเค้ก นิ่ม ๆ ไม่หวาน มีรู ๆ เหมือนฟองน้ำ (กินไปเรื่อย ๆ จะได้อารมณ์ขนมถ้วยฟูของโปรด) บนแป้งจะมีกับข้าวตักวางเป็นหย่อม ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นถั่วปรุงผสมเครื่องเทศต่าง ๆ นานา วิธีกินก็ง่าย ๆ ใช้มือบิดแป้งกินกับกับข้าวไปเรื่อย ๆ

ตอนแรกเห็นอาหารแล้ว คิดในใจว่าจะอิ่มไหมนี่ ปรากฏว่ากินไปได้แค่ครึ่งจาน แป้งยังไม่ได้จะหมดแผ่น ก็อิ่มจุกเสียแล้ว แถมยังอิ่มยาวมาถึงวันรุ่งขึ้นอีกด้วย

ร้านโซมานี่ถือเป็นร้านยอดฮิต เพิ่งเปิดมาได้แค่สองเดือนกว่า ๆ แต่ลูกค้าแน่นขนัด ถ้าไม่ได้จองก่อน ก็คงไม่ได้กิน และท่าทางคงจะเป็นที่ถูกใจคนแถวนี้ไปอีกนาน

Advertisements

พุทธศาสนาในคลีฟแลนด์ไฮท์

[๑๙ กันยายน ๒๕๕๘] อ่านพบในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นประจำเมืองว่า จะมีศูนย์พุทธศาสนามาเปิดบนถนนลี (Lee Rd) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ ชื่อว่า “The SGI-USA Buddhist Center”  ข่าวบอกว่าศูนย์นี้เป็นสาขาหนึ่งของ องค์การ Soka-Gakkai International ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วอเมริกาและทั่วโลก

ฉันได้ยินข่าวนี้มาหลายเดือน ตอนแรกงงว่า อะไรคือศูนย์พุทธศาสนา จะเป็นวัดก็ไม่ใช่ เป็นโรงเรียนสอนพุทธศาสนาก็ไม่เชิง ถึงตอนนี้มาอ่านข่าวดู เลยทำให้เข้าใจว่า ก็คงเป็นลักษณะองค์การไม่แสวงหาผลกำไรแบบหนึ่งที่มีจุดมุ่งหมายที่จะถ่ายทอดแนวความคิดทางพุทธศาสนา ลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ปรากฏว่าองค์การนี้ก็มีสาขาในเมืองไทย ชื่อว่า สมาคมโซคา หรือสมาคมสร้างคุณค่าสากล ผู้ก่อตั้งเป็นชาวญีปุ่น

มินนี่ถามฉันว่า ฉันจะลองไปเข้าร่วมสมาคมนี่ไหม ฉันบอกว่าไม่แน่ใจ แต่สงสัยจะไม่ เพราะเท่าที่อ่านข่าวดู เขาเก็บค่าสมาชิกด้วย ไม่ใช่ว่าจะเดินไปเข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ๆ มินนี่หัวเราะและบอกว่าที่นี่อเมริกานะ องค์กรทางศาสนาไหน ๆ เขาก็เก็บค่าสมาชิกทั้งนั้น อย่างวัดยิวที่มินนี่ไปทุกอาทิตย์ เขาก็เก็บเงินค่าสมาชิกเป็นรายปี ถ้าเขาไม่เก็บแล้ว เขาจะเอาเงินที่ไหนไปจ้างคนมาทำงานในออฟฟิศเล่า

ได้ยินอย่างนี้แล้วก็ตกใจ เพราะอยู่เมืองไทย จะเข้าวัดไหน ก็ไม่ได้ต้องไปเป็นสมาชิก สามารถเข้าไปร่วมกิจกรรมได้เลย และวัดก็อยู่ด้วยเงินทำบุญจากญาติโยม — อย่างไรก็ตามฉันได้ไปถามเพื่อน ๆ ชาวคริสต์แล้วว่า อยู่อเมริกา ต้องเสียเงินเป็นสมาชิกเพื่อเข้าโบสถ์หรือไม่ เพื่อนบอกว่าไม่ต้อง ก็ทำบุญบริจาคไปตามสมควร ไม่ได้มีบังคับอะไร สรุปว่าเฉพาะวัดยิวของมินนี่เท่านั้น ที่เก็บเงินเป็นล่ำเป็นสัน

ศาสนาพุทธได้รับความนิยมที่อเมริกาพอสมควร แต่เท่าที่ฉันเข้าใจคือ ฝรั่งรับแนวคิดปรัชญาของศาสนามาปฏิบัติมากกว่าที่จะยึดถือเป็นศาสนาเหมือนบ้านเรา ซึ่งก็ดีไปอีกแบบ หลัง ๆ ฉันมีโอกาสรู้จักฝรั่งหลาย ๆ คนที่ไม่ตบยุ่ง ไม่ฆ่ามด น่าประทับใจมาก โดยเฉพาะเมื่อคิดว่า โดยปกติฝรั่งทั่วไปจะถือว่าแมลงไม่มีจิตวิญญาณไม่มีชีวิตเหมือนสิ่งมีชีวิตทั่วไป สามารถฆ่าได้โดยไม่ต้องคิด

เปิดเรื่องด้วยพระพุทธศาสนา แต่มาจบด้วยเรื่องยุงได้อย่างไร ก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

%d bloggers like this: